การขายสินค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
หรือเรียกว่า อีคอมเมิร์ซ
นั้นมีผู้จัดทำเว็บไซต์นำสินค้าเข้าขายมากมาย
ซึ่งมีทั้งแบบขายปลีกคือขายจากบริษัท
ไปยังบุคคลหรือลูกค้า (Business - to - Customer), การขายแบบขายส่งหรือขายจำนวนมากๆระหว่างบริษัทกับบริษัท
(Business - to - Business) และยัง่รวมระบบการประมูล ฯลฯ
ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการซื้อมาก
และเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ดี
บทความนี้
แสดงการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
ในระบบ B - C
ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานต่างๆหากจะทำการค้าขายด้วยวิธีอีคอมเมิร์ซกันมากขึ้นในประเทศไทย
เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2547
ผมมีความต้องการจะซื้ออุปกรณ์การถ่ายภาพ
2 รายการ คือเลนส์โคลสอัพและอุปกรณ์สำหรับต่อ
หรืออะแดปเตอร์
ซึ่งยังไม่มีขายในประเทศไทย
เพราะเป็นอุปกรณ์ที่จะใช้กับกล้องดิจิตอลที่เพิ่งจะออกมาใหม่มาก
ดังนั้น
จึงได้เข้าไปค้นหาในเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง
และได้พบอุปกรณ์ดังกล่าว
จากเว็บไซต์ http://www.bhphotovideo.com
เมื่อตรวจเช็คราคาของทั้ง 2
รายการแล้ว
สามารถเช็คค่าขนส่งจากสหรัฐฯมายังกรุงเทพฯได้ด้วย
ของแต่ละรายการจะมีค่าขนส่งแยกเอาไว้
แต่ถ้าเรารวมสั่งซื้อพร้อมกัน 2
รายการ ค่าขนส่งก็จะเท่าๆเดิม
เพราะไม่ใช่ของที่หนักมาก
ในการจะสั่งซื้อ
ก่อนอื่น
จะต้องสมัครเข้าไปเป็นสมาชิก
(Register) โดยระบุ ชื่อ นามสกุล Email Address และ Password
ของเราเองจากนั้นก็จะสามารถทำการเข้าไปสั่งซื้อสินค้าได้
ค่าขนส่งมายังประเทศไทย
กำหนดไว้เป็นแนวทางดังนี้ (แต่โปรแกรมจะคำนวณค่าขนส่งให้เองอีกครั้งขึ้นอยู่กับน้ำหนักสินค้าและบรรจุภัณฑ์)
วิธีการขนส่ง |
ค่าขนส่ง (US.$) |
| US
Postal Service - Airmail Parcel Post |
26.25 |
US
Postal Service - Global Express Mail
5 - 7 Days Delivery |
36.25 |
| UPS
Express 3 - 5 Business Days Delivery |
35.20 |
| FedEx
Priority 3 - 5 Business Days Delivery |
75.50 |
ข้อกำหนดสำหรับลูกค้าต่างประเทศที่ทำการสั่งซื้อครั้งแรก
ทาง B&H Photo Video
ขอให้ทำการแฟกซ์สำเนาบัตรเครดิตทั้งสองหน้าไปให้เขาก่อน
พร้อมทั้งหมายเลข Invoice ที่เราสั่งซื้อสินค้า
ทั้งนี้เพราะเขาต้องการเช็คว่า
เราเป็นเจ้าของ
และมีบัตรเครดิตจริง
ซึ่งเรื่องนี้ ผมต้องคิดอยู่หลายวันว่า
ถ้าเช่นนั้น
เขาก็จะเห็นลายเซ็นต์ในบัตรเครดิตด้วย
อาจมีผู้แอบนำไปใช้ได้ ต่อมา ทาง
B&H ก็มีอีเมล์มาอธิบายอีกครั้ง
และด้วยความที่มั่นใจในการทำธุรกิจของบริษัทนี้ที่มีอายุ
30 ปีแล้ว ผมจึงได้ส่งแฟกซ์สำเนาบัตรเครดิตไปให้
ระบบการติดตาม Status การส่งของ
เมื่อได้ทำการสั่งซื้อสินค้าไปแล้ว
ต่อมาเข้าไปเช็คดู Account ของเรา
พบคำว่า Processing คือเขาได้เริ่มดำเนินการแล้ว
ต่อมาเมื่อส่งแฟกซ์สำเนาบัตรเครดิตไปให้ ก็พบ Status ว่า Shipped
คือเขาทำการส่งของแล้ว ซึ่งในตอนสั่งซื้อผมได้เลือกให้ส่งโดย
UPS Express
การรับสินค้าและค่าใช้จ่าย
ในวันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2547
หรือเพียง 2
วันนับจากแฟกซ์สำเนาบัตรเครดิตไปให้
B&H ก็มีโทรศัพท์มาจากบริษัท UPS
ในกรุงเทพฯว่าจะนำของมาส่งในตอนบ่าย
ให้เตรียมเงินค่าภาษี ฯลฯ
ไว้ด้วย และประมาณ 15.00 น. ผมก็ได้รับของที่สั่งซื้อ
มาส่งที่บ้าน
โดยมีค่าใช้จ่ายจากด่านศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพฯ เป็นค่าภาษี 5%
และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
รวมเป็นเงิน 724 บาท
นับว่าเป็นระบบที่อำนวยความสะดวกมาก
และยังรวดเร็วกว่าที่คิดไว้
สรุปค่าใช้จ่าย
เพื่อเป็นกรณีศึกษา
ผมจึงนำค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นมาสรุปไว้ดังนี้
รายการ |
US.$ |
บาท |
เปอร์เซ็นต์ |
| สินค้า
2 รายการ |
142.90 |
5,651 |
72.46 |
| ค่าขนส่ง |
36.00 |
1,424 |
18.26 |
| ค่าภาษีและ
VAT |
- |
724 |
9.28 |
| รวม |
- |
7,799 |
100.00 |
----------------------------------------------------------------------------
การติดตามความคืบหน้าในการส่งของ
(Track Shipments)
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2551
ผมได้สั่งซื้อเลนส์ Telephoto Conversion Lens
เพื่อมาใช้กับกล้องวิดีโอ HDR-SR11E โดยสั่งจาก bhphotovideo.com เช่นเดิม
โดยใช้วิธีตัดบัญชีบัตรเครดิต
ซึ่งคำนวณแล้ว
จะถูกกว่าซื้อในประเทศประมาณ 2,000
บาท
หลังจากได้อีเมล์ตอบรับการสั่งซื้อแล้ว
เขาก็จะให้ Tracking Number มา
ซึ่งเราจะเข้าไปตรวจดูความคืบหน้าในการส่งของได้
ตามที่แสดงไว้ข้างล่างนี้
รวมทั้งสิ้น ใช้เวลาประมาณ 3 วันครึ่ง
ก็ได้รับของ มาส่งถึงบ้าน
|
|