Digital Photography   Audio & Video   Computer Accessories   Software Applications | Home

การบันทึกเสียงด้วยคอมพิวเตอร์ (Windows XP Professional)
(Sound Recording on Computer - Using Windows XP Professional)
ถ้าใช้ Windows 7 อ่านที่นี่


รูปที่ 1   การใช้ PC Microphone เพื่อบันทึกเสียงพูด
.

รูปที่ 2  Sound Recorder

รูปที่ 3   การตั้งค่า Audio Properties

รูปที่ 4   การปรับเสียง

ขนาดของไฟล์เสียง

จากการทดลองพูดโดยบันทึกลงคอมพิวเตอร์ ไฟล์ที่บันทึกเป็น .wav  ถ้าพูดนาน 1 นาทีไฟล์เสียงจะมีขนาดประมาณ 2,750 kB
การบันทึกเสียงด้วยคอมพิวเตอร์
การบันทึกเสียงประกอบสื่อต่างๆ ที่ใช้ในการบรรยาย นำเสนอ เช่น สื่อสไลด์โชว์
PowerPoint  วิดีโอ นับว่ามีความสำคัญ การบันทึกเสียงที่ดี มักจะต้องทำใน
ห้องบันทึกเสียง หรือทำโดยใช้เครื่องบันทึกเสียงที่มีคุณภาพ และใช้อุปกรณ์
ประกอบ เช่นไมโครโฟน ที่มีราคาแพง แล้วนำมาผสมกับเสียงดนตรีประกอบ
ก่อนจะนำไปใช้ในการนำเสนอต่อไป   ในที่นี้ เราจะมาทำการบันทึกเสียงด้วย
คอมพิวเตอร์ ซึ่งส่วนมากเป็นการบันทึกเสียงพูด หรือคำบรรยาย ซึ่งทำได้ง่าย
มาก และลงทุนน้อย และสำหรับการใช้งานทั่วๆไป ที่ไม่ต้องการคุณภาพถึงระดับ
มืออาชีพ เราก็สามารถทำเองได้

อุปกรณ์ที่ใช้
มีอย่างเดียว คือไมโครโฟน ซึ่งอาจจะใช้ไมโครโฟนที่เราเคยใช้ร้องคาราโอเกะ
หรือไมโครโฟนราคาถูกๆก็ได้ เพราะถ้าบันทึกเพียงเสียงพูด ความถี่ที่ต้องการก็
อยู่ในระดับ 100 - 10,000 เฮิร์ซ (Hz) ก็พอ แต่ก็มีไมโครโฟนสำหรับเครื่อง
PC ที่มีความถี่ 30 - 15,000 Hz ทำในประเทศจีน ขายในราคาเพียง 180
ถึง 200 บาท ซึ่งได้นำมาทดลองใช้งานได้ผลดีมาก

การต่อไมโครโฟนเข้ากับคอมพิวเตอร์
พีซีไมโครโฟน โดยทั่วๆไปจะมีสายยาว 2 เมตร และมีขั้วที่ต่อเข้ากับเครื่อง
คอมพิวเตอร์ได้ทันที โดยเสียบเข้าที่ช่องที่เขียนว่า MIC และมีรูปไมโครโฟน
มีสีชมพู ทางด้านหลังของเครื่อง ถ้ามีไมโครโฟนที่ขั้วขนาดโตกว่า ก็ต้องใช้
Adaptor ซึ่งมีขาย ราคาอันละ 20 บาท

การใช้งาน
จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ คลิกที่ Start --> Programs  --> Accessories
--> Entertainment  --> Sound Recorder จะได้ตามรูปที่ 2
จากนั้น คลิก Edit  --> Audio Properties   จะได้ตามรูปที่ 3 ซึ่งเราจะต้อง
ดูว่า Default device ตั้งไว้เป็น Line in / Mic in แล้วหรือยัง ถ้าตั้งแล้วก็
ใช้ได้

สำหรับการปรับเสียงนั้น คลิกที่ Volume จะได้ตามรูปที่ 4 ซึ่งเราจะปรับความ
ดังของเสียงได้   เมื่อปรับค่าต่างๆแล้ว ก็เริ่มทำการบันทึกเสียง โดยคลิกที่ปุ่มกลมๆ
สีแดง และถ้าต้องการหยุดบันทึก ก็คลิกที่ปุ่มสี่เหลี่ยมสีดำ ตามรูปที่ 2  จากนั้น
ก็ทำการ Save ไฟล์เอาไว้ (เป็นไฟล์   .WAV)

ทดลองคุณภาพเสียงก่อนใช้งานจริง
ควรทำการทดลองบันทึกเสียงโดยตั้งไมโครโฟน ห่างมาก ห่างน้อย เอียงทำมุม
กับปาก และระวังเสียงรบกวนที่จะเข้ามา   ปรับระดับเสียงมาก น้อย ทดลองแล้ว
เปิดไฟล์เสียง ฟังดูว่าชัดเจน เสียงดีหรือไม่ จนพอใจแล้ว ค่อยทำแบบใช้งานจริง

ตัวอย่างการบันทึกเสียงประกอบวิดีโอ
ขั้นตอนการทำ คือ เปิดวิดีโอที่ทำแล้วขึ้นมา แล้วเลือกบันทึกเสียง จากนั้นก็บรรยาย
ไปตามบทที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้า และหยุดการบันทึกเสียง ขั้นต่อไปคือการนำเพลง
มาประกอบ และปรับความดังของเสียง เช่นในระหว่างที่มีการพูดบรรยาย จะมีเสียง
เพลง Background ค่อยๆและเมื่อพูดเสร็จแล้ว ก็เร่งเสียงเพลงให้ดังขึ้น


หมายเหตุ : วิดีโอนี้สร้างมาจากภาพดิจิตอล และเป็น Flash Video หากไม่สามารถเปิด
ดูได้ ให้ติดตั้ง Adobe Flash Player Version 9 หรือสูงกว่าก่อน

ตัวอย่างไมโครโฟนที่ใช้

  
          Specification :
             Frequency Range : 100 HZ - 16 KHz
             Impedance : 2.2 K Ohm
             Sensitivity : -58 dB +/- 3dB
             Plugging : 3.5 mm
             Length of cable : 2 m
             ราคาประมาณ 180 บาท
  Specification :
  Frequency Range :
  30 HZ - 15 KHz
  Impedance : 2.2 K Ohm
  Sensitivity : -52 dB +/- 5dB
  Plugging : 3.5 mm
  Length of cable : 2 m
  ราคาประมาณ 200 บาท

Hit Counter
จากวันที่ 9 พ.ค. 2552