Digital Photography   Audio & Video   Computer Accessories   Software Applications
ประวัตินามสกุล
ประวัติพระยาประมูล
ธนรักษ์
ประวัติส่วนตัว
การศึกษา
การปฎิบัติงานและดูงาน
ครอบครัว
กลับไปหน้าแรก

  


2. การเรียนที่ Oregon State University

ผมคงจะเล่าสั้นๆ เพราะความจริงมีเรื่องที่เขียนได้มาก   เมื่อไปถึงอเมริกา สมัยนั้น ปี 2506 เราต้องไปที่ Washington DC ก่อนเพื่อ
Orientation เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และได้เที่ยวบ้าง แต่แม้ว่าผมจะสอบภาษาอังกฤษ เอยูเอ ได้แกรมมาร์ 97% แต่เรื่องการฟังและพูด
คนไทยที่ไปใหม่ จะมีปัญหามาก จากนั้นก็บินไป Portland Oregon และต่อเครื่องบินเล็กไปลงที่เมือง Corvallis ที่ตั้งของ
Oregon State University ซึ่งเป็นเมืองมหาวิทยาลัยโดยแท้ และผู้คน Friendly มาก แต่สำเนียงการพูดฟังยาก

การเริ่มต้นชีวิตนักเรียนในต่างแดน ตอนแรกดูเหมือนจะโก้เก๋ดี แต่พอเริ่มจริงๆ ความยุ่งยากเกิดทันทีที่ต้องไปหา Advisor เพื่อทำ
โปรแกรมการเรียน ขนาดมีนักเรียนคนไทยที่นั่นช่วย แต่ฝรั่งเขามีระบบที่ดีและยึดปฎิบัติ ผมได้แจ้ง Advisor ว่า ได้เรียนหลักสูตร
ปริญญาโท จากบัณฑิตวิทยาลัย ที่จุฬา ได้มา48 เครดิต และเหลือเพียงวิทยานิพนธ์ ก็จะจบปริญญาโท และก็ได้ A มามาก จะขอโอน
ที่ได้ A บ้างได้หรือไม่ (เพื่อจะได้เรียนน้อยลง) Advisor ตอบว่า ถ้ายูจะทำดอกเตอร์ต่อ ก็จะโอนให้ แต่ผมได้ทุนแค่ทำปริญญาโท
ก็เลยต้องยอมเรียนให้หมด ตามที่ท่าน  Advisor กำหนดให้

ระบบการเรียนที่ OSU เป็นระบบ Quarter คือปีหนึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 เทอม เริ่มจาก Fall, Winter, Spring และ Summer
หลักสูตรก็จะสอนต่อเนื่องกันไป ดังนั้น ถ้าใครไม่เริ่มเรียนจาก Fall Term ก็จะลำบากมากทีเดียว และยิ่งกว่านั้น  สำหรับ ปริญญาโท
ยังมีการแบ่งเป็นวิชา Major และ Minor และในวิชา Minor ยังแบ่งเป็น  Split Minor อีก เช่นวิชา Major ของผมคือ Electrical
Engineering และวิชา Monors คือ Mathematics และ Statistics ซึ่งเขาบังคับอีกว่า แต่ละหมวด จะต้องสอบให้ได้
B Average จึงจะผ่าน   ส่วนวิทยานิพนธ์นั้น ก็ต้องทำ เลือกทำเล็ก ก็ 6 เครดิต ทำใหญ่ก็ 9 เครดิต  นับว่ายุ่งพอควร แต่มันเป็นระบบ
ของเขา ที่เราต้องปฎิบัติตาม ในการเลือกวิชาเรียนนั้นส่วนใหญ่จะเลือกกัน เทอมละประมาณ 9 - 12 เครดิต ซึ่งผมก็ทำตามนั้น แต่ด้วย
ความจำเป็นทางด้านผู้ให้ทุน ที่แจ้งว่าจะให้ทุนแค่ 1 ปี ผมจึงต้องทำถึง 15 เครดิต ในเเทอมที่ 3 ซึ่งทำให้ไม่เป็นอันกินอันนอน หรือต้อง
นอนตีสองแทบทุกวัน และเวลาที่คิดทำวิทยานิพนธ์ ส่วนใหญ่ก็หลังสองยามแล้ว
SKP3_250.jpg (19115 bytes)
การศึกษาวิชา Control System มีการทำ Lab
เพื่อทดลอง โดยใช้ Analog Computer ศึกษา
เกี่ยวกับระบบต่างๆ เช่น Feedback Control
อุปกรณ์ที่มี 2 ชุด ต้องรอคิวการใช้ ถ้าพลาดการ
ทดลองไม่ได้ผล ก็อาจทำ Assignment ส่งอาจารย์
ไม่ทัน เป็นผลต่อ Grade ที่จะได้
SKP1_175.jpg (22005 bytes) SKP2_175.jpg (22923 bytes)
ภาพซ้าย ถ่ายขณะกลับจาก
การไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
IBM 1620 จะเห็นว่าหอบ
กล่องใส่ Punch Cards
เอาไว้ (ถ่ายเมื่อ 20 ธ.ค. 2506)

ส่วนภาพทางขวา ถ่าย ณ บริเวน
ด้านหลังหอพัก

ผลที่เกิด ไม่ได้จะคุยว่าเรียนเร็ว แต่เพราะความจำเป็น และดูเหมือนเป็นความบีบคั้นอย่างมาก ทำให้ผมทำวิทยานิพนธ์เสร็จ พร้อมทั้ง
เรียนครบตามที่ Advisor กำหนด ในภาคฤดูร้อน รวมเวลาที่อยู่ในเมือง Corvallis 11 เดือนเต็ม และก่อนอำลาจาก Corvallis ได
้มีนักเรียนไทยที่ไปใหม่ๆ มาขอคำแนะนำมากมาย ส่วนใหญ่มาขอลอกการบ้านต่างๆเอาไว้ก่อน และต่อมาได้มีผู้สนใจไปศึกษาต่อที่
OSU มากขึ้น

DearbornHall.jpg (27779 bytes)
ที่ Electrical Engineering Faculty ของ OSU ในขณะนั้น
คือปี 2506 มี Professor L.N.Stone เป็น Head Department
และผมมี Prof. J.F.Engle เป็น Advisor และเป็นอาจารย์สอนวิชา
Power System ซึ่งผมก็ได้ทำวิทยานิพนธ์กับท่านด้วย



Dearborn Hall ตึกคณะวิศวกรรมไฟฟ้า OSU
Engle.jpg (19680 bytes) ในบรรดาอาจารย์ที่ OSU ผมจะใกล้ชิดกับ Prof.
Engle และครอบครัวมาก ท่านจะคอยดูแลผม
และให้คำแนะนำจนผมเรียนจบแล้ว กลับไปทำงาน
จนย้ายไปอยู่ กฟผ.ก็ได้มีโอกาสเดินทางไปสหรัฐ
อเมริกาหลายครั้ง และก็ได้ติดต่อกับท่านโดยตลอด
และได้กลับไปเยี่ยม Prof.Engle และครอบครัว
ที่บ้านท่านที่ Campus ใน Corvallis, Oregon
ถึง 3 ครั้ง โดยภรรยาผมก็เดินทางไปด้วย
(Prof. Engle ได้เสียชีวิตไปหลายปีมาแล้ว)
OSU1_275.jpg (22228 bytes) ภาพ Campus ส่วนกลาง ของ Oregon State
University, Corvallis, Oregon จากภาพ
ถ่ายโดยดาวเทียม   นับเป็นเวลากว่า 42 ปี ที่เรียน
จบมา แต่ก็ยังไม่ลืมความยากลำบาก และความกดดัน
ที่มีในขณะนั้น เมื่อได้เห็นภาพ Campus ก็ทำให้
ยังจำวันเหล่านั้นได้ดี

คลิกที่ภาพ
หรือที่นี่ เพื่อดูภาพขยาย

 

Hit Counter
ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.2545 ปรับปรุง 18 ก.พ. 2548