
รูปที่ 1 เครื่องซักผ้า Imarflex
รุ่น WM-201 |

รูปที่ 2
เครื่องซักผ้า
 |

รูปที่ 3
แสดงถังปั่นแห้ง |

รูปที่ 4
ปุ่มควบคุมการทำงาน |
|
|
วิธีการใช้งานโดยย่อ
เครื่องซักผ้าขนาดเล็ก อาจจะไม่ทำงานแบบ
Fully Automatic
เหมือนเครื่องขนาดใหญ่
แต่ก็ช่วยอำนวยความสะดวกในการซักผ้าและปั่นแห้งได้มาก
วิธีใช้โดยย่อคือ

ขั้นตอนการซักผ้า
1. เสียบปลั๊กไฟฟ้า 220 V.
2. ใส่ผ้าลงในถังซักผ้า (5)
อย่าให้น้ำหนักเกิน 2 กก.
3. ต่อท่อน้ำเข้ากับท่อน้ำ (1)
หรือเทน้ำลงไปในถังซักผ้าจนถึงระดับที่ต้องการ
(ไม่เกิน 18 ลิตร)
4. เติมผงซักฟอกลงไปในจำนวนที่กำหนดให้
และรอห้ผ้าเปียกชุ่ม ประมาณ 1 นาที
5. ตั้งปุ่มเลือกโปรแกรมการซัก (3)
ไปที่ตำแหน่ง "ธรรมดา"
(Normal) หรือ "ซักเบา"
(Gentle) ตามต้องการ
6. ปิดฝาถังซักผ้า และตั้งเวลาการซัก
โดยหมุนปุ่ม (2) ตั้งเวลาซักประมาณ
15 นาที จากนั้น
การซักผ้า ก็จะเริ่มต้นขึ้น
7.
ปลดท่อระบายน้ำและวางปลายท่อระบายน้ำในที่ระบายน้ำทิ้ง
หรือ
ต่อไปยังท่อน้ำทิ้ง
(อ่านวิธีง่ายๆในการต่อท่อน้ำทิ้ง ข้างล่าง
เพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยเพียง เปิด -
ปิด
วาวล์น้ำเท่านั้น)
8. เมื่อการซักผ้าเสร็จสิ้นลง
ให้หมุนปุ่มเลือกการใช้งาน (3) ไปที่
"ระบายน้ำ" (Drain)
และรอจนน้ำระบายอออกจากถังซักผ้าจนหมด
แล้วเอาผ้าออกจากถัง นำไปใส่ในถังปั่นแห้ง
(6)
9. ทำการล้างถังซักผ้า โดยหมุนปุ่ม
(3) จากตำแหน่ง ระบายน้ำ (Drain)
ไปที่ตำแหน่ง
ปกติ (Normal) เติมน้ำลงไปพอสมควร
แล้วตั้งเวลาที่ปุ่ม (2)
เพื่อให้เครื่องปั่น ทำความ
สะอาดถัง แล้วจึงระบายน้ำออก

ขั้นตอนการปั่นแห้ง
10. ใส่ผ้าที่ซักแล้วในถังปั่นแห้ง
โดยให้กระจายตัวสม่ำเสมอ วางที่ครอบไว้บนผ้า ปิดฝา
ดูให้แน่ใจด้วยว่าได้วางท่อระบายน้ำทิ้งในที่ระบายน้ำทิ้งแล้วและหมุนปุ่มเลือกการทำงาน
(3)
ไปที่ตำแหน่งระบายน้ำ จากนั้นหมุนปุ่ม
(4) ตั้งเวลา 3
นาที เครื่องก็จะทำงานทันที
ดูวิดีโอ ที่
Post
ขึ้น YouTube

ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่อง

1. การใช้ไฟฟ้า
: 220 โวลท์
2. ขนาดเครื่อง :
กว้าง 58 ซม.
สูง 55 ซม.
ลึก 34 ซม.
3. น้ำหนัก : 10 กิโลกรัม
4. ราคา (ณ
5 มิ.ย.
2554) 2,490 บาท
การต่อท่อน้ำทิ้ง
(Do It Yourself)

เสียบปลายท่อน้ำทิ้งที่ออกมาจากเครื่องซักผ้า เข้าที่ท่อ
PVC แล้วติดวาวล์ เปิด -
ปิด ทากาว
ประสานการต่อท่อ กันน้ำรั่ว
และยึดวาวล์ติดกับพื้นหรือแผ่นไม้ที่มีความหนาพอสมควรให้มั่นคง
เพราะวาวล์นี้จะค่อนข้างแข็ง ในการซักผ้า ปิดวาวล์น้ำออกเอาไว้ และเมื่อซักผ้าเสร็จแล้วต้องการ
ระบายน้ำออก หรือเวลาปั่นหมาดก็ระบายน้ำออก โดยเปิดวาวล์ให้น้ำไหลออกไปได้
วิธีง่ายๆ
ดังกล่าวนี้ ท่านก็สามารถทำเองได้ โดยอุปกรณ์ต่างๆหาซื้อได้ที่
HomePro, HomeWorks
หรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์การประปาทั่วไป


รูปที่ 5
การต่อท่อน้ำทิ้ง


ผลการทดลองใช้งาน

1.
ขณะทำการซักผ้า
การใช้ไฟฟ้า จะ
Swing ไปมา
เพราะถังซักผ้ามีการหมุนไปแล้วระยะหนึ่ง
จะหยุดและหมุนกลับ ดังนั้น กำลังไฟฟ้าที่ใช้ จึง
Swing ไปมาระหว่าง
124 ถึง
180
วัตต์

2.
ขณะทำการปั่นแห้ง ถังปั่นจะหมุนตลอดเวลา
ดังนั้น กำลังไฟฟ้าที่ใช้จึงค่อนข้างจะคงที่
อยู่ที่
97 - 98
วัตต์

3.
พบว่า เครื่องทำงานได้ดี
ผ้าที่ซักและปั่นหมาดแล้ว มีความสะอาดและนุ่มดีกว่าการซักด้วยมือ
แม้ว่าจะเป็นผ้าเช็ดรถ ที่เปลื้อนมาก ก็ซักออกมาได้สะอาดดีพอสมควร

4.
ทดลองซักผ้าเช็ดตัวขนาดมาตรฐาน จำนวน 2
ผืน พบว่าพอซักได้ แต่ผ้าที่ชุ่มน้ำ จะค่อน
ข้างหนักไป ถ้าซักเพียง 1 ผืน บวกผ้าอื่นๆ
ก็น่าจะดีกว่า สำหรับการปั่นหมาดนั้น ถ้าเป็นผ้าเช็ดตัว
ควรปั่นทีละผืน ผลที่ได้นับว่าดีทีเดียว

5.
ในการปั่นแห้ง
ถังปั่นที่มีขนาดเล็กจะหมุนด้วยความเร็วสูง ดังนั้น
การจัดวางผ้าจึงควรใส่
ผ้าหลายๆชิ้นให้น้ำหนักเฉลี่ยกัน การหมุนก็จะราบเรียบ
แต่ถ้าเป็นผ้าหนัก ชิ้นเดียว อาจเกิดการ
สั่นขึ้นได้ ให้หยุดเครื่อง โดยเปิดฝาถังปั่นหมาดออก
แล้วจัดผ้าใหม่
ค่าใช้จ่ายในการซักผ้าแต่ละครั้ง

คำนวนจากการซัก ที่ใช้เวลา
15
นาที และการปั่นหมาด ใช้เวลา 5
นาที โดยใช้กำลังไฟฟ้าที่วัดได้
ข้างต้น และค่าไฟฟ้า หน่วยละ 4 บาท
เป็นค่าไฟฟ้าประมาณ 17.35
สตางค์ ต่อการซัก 1 ครั้ง
Reference

www.imarflex.co.th ในเว็บไซต์ของอีมาร์เฟลกซ์
(ณ วันที่ 6
มิ.ย. 2554
ไม่พบรุ่น
WM-201)
|