Digital Photography   Audio & Video   Computer Accessories   Software Applications | Miscellaneous | Home
....

Mini Washing Machine
(เครื่องซักผ้าขนาดเล็ก)

 

เครื่องซักผ้าขนาดเล็ก เหมาะสำหรับใช้ซักผ้าที่มีปริมาณไม่มากนัก เช่น มีน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 2 - 4 กิโลกรัมต่อการซักหนึ่งครั้ง  ส่วนมากจะใช้ซักเสื้อเชิร์ต เสื้อยืด กางเกง พวกชุดชั้นใน ผ้าอ้อมเด็ก กางเกงเด็ก  ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนู ผ้แช็ดตัว ผ้าเช็ดจานชาม ผ้าเช็ดรถ เป็นต้น และเนื่องจากเครื่องมีขนาดเล็ก ใช้พื้นที่น้อย ใช้ไฟฟ้าน้อย และมีราคาถูก จึงเป็นที่นิยมใช้กันมาก โดยเฉพาะในห้องที่มีขนาดเล็กรือใช้ในหอพัก คอนโด ใช้วางที่ระเบียง วางในส่วนหนึ่งของห้องน้ำ เป็นต้น  สำหรับบ้านที่มีเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่อยู่แล้ว ถ้าต้องการจะแยกซักผ้า ก็อาจใช้ซักโดยเครื่องซักผ้าขนาดเล็กเสริมได้และเป็นการประหยัดค่าไฟฟ้าได้ด้วย

เครื่องซักผ้าขนาดเล็กส่วนมากเป็นแบบที่มีฝาด้านบน มีทั้ง
2 ถึงและ 1 ถัง สามารถซักและปั่นหมาดได้พอสมควร เป็นเครื่องซักผ้าแบบกึ่งอัตโนมัติ คือต้องใส่น้ำเข้าไปเอง และเมื่อซักเสร็จแล้วต้อง Drain
น้ำออกเอง จากนั้นถ้าต้องการปั่นหมาด ก็ตั้งระบบให้ปั่นหมาดได้

 
 

1. เครื่องซักผ้าขนาดเล็กแบบ 2 ถัง (Mini Twin Tub Washing Machine)

ตัวอย่างที่แสดงคือเครื่องซักผ้า Imarflex ตามรูปที่ 1 ซึ่งใช้ซักผ้าได้ประมาณ 2 กิโลกรัมต่อครั้ง โดยมีถังซักและถังปั่นหมาดแยกจากกัน เครื่องมีความแข็งแรงทนทานดี สามารถใช้งานได้ทุกวันอาจจะใช้ได้ 5 ปี หรือนานกว่านั้น และจากประสบการณ์ของผู้เขียนซึ่งใช้เครื่องนี้มานาน โดยใช้เครื่องแรกเมื่อปี 2554 และเปลี่ยนเครื่องที่ 2 ในปี 2559 โดยทั่วๆไปไม่มีการซ่อมหรือบำรุงรักษาเ นอกจากการล้างถังทำความสะอาดตามปกติ เครื่อง Imarflex รุ่นนี้ ไม่สามารถซักผ้าห่มนวมได้ เนื่องจากถังซักมีขนาดเล็ก สำหรับการปั่นหมาดนั้นทำได้ดี สามารถรีดน้ำออกจากผ้าได้มาก

 
 
รูปที่ 1
  เครื่องซักผ้า Imarflex รุ่น WM-201
 
 
รูปที่ 2  เครื่องซักผ้า Imarflex ฝาบน
 
 
รูปที่ 3  แสดงถังปั่นแห้ง
 
 
รูปที่ 4  ปุ่มควบคุมการทำงาน
 
 

วิธีการใช้งานโดยย่อ

ขั้นตอนการซักผ้า

1. เสียบปลั๊กไฟฟ้า 220 V.
2. ใส่ผ้าลงในถังซักผ้า (5) อย่าให้น้ำหนักเกิน 2 กก.
3. ต่อท่อน้ำเข้ากับท่อน้ำ (1) หรือเทน้ำลงไปในถังซักผ้าจนถึงระดับที่ต้องการ (ไม่เกิน 18 ลิตร)
4. เติมผงซักฟอกลงไปในจำนวนที่กำหนดให้ และรอห้ผ้าเปียกชุ่ม ประมาณ 1 นาที
5. ตั้งปุ่มเลือกโปรแกรมการซัก (3) ไปที่ตำแหน่ง "ธรรมดา" (Normal) หรือ "ซักเบา"
(Gentle) ตามต้องการ
6. ปิดฝาถังซักผ้า และตั้งเวลาการซัก โดยหมุนปุ่ม (2) ตั้งเวลาซักประมาณ 15 นาที จากนั้นการซักผ้า ก็จะเริ่มต้นขึ้น
7. ปลดท่อระบายน้ำและวางปลายท่อระบายน้ำในที่ระบายน้ำทิ้ง หรือ ต่อไปยังท่อน้ำทิ้ง
(อ่านวิธีง่ายๆในการต่อท่อน้ำทิ้ง ข้างล่าง เพื่อความสะดวกในการใช้งาน โดยเพียง เปิด - ปิดวาวล์น้ำเท่านั้น)

8. เมื่อการซักผ้าเสร็จสิ้นลง ให้หมุนปุ่มเลือกการใช้งาน (3) ไปที่ "ระบายน้ำ" (Drain) และรอจนน้ำระบายอออกจากถังซักผ้าจนหมด แล้วเอาผ้าออกจากถัง นำไปใส่ในถังปั่นแห้ง (6)
9. ทำการล้างถังซักผ้า  โดยหมุนปุ่ม (3) จากตำแหน่ง ระบายน้ำ (Drain) ไปที่ตำแหน่งปกติ (Normal) เติมน้ำลงไปพอสมควร แล้วตั้งเวลาที่ปุ่ม (2) เพื่อให้เครื่องปั่น ทำความสะอาดถัง แล้วจึงระบายน้ำออก

ขั้นตอนการปั่นแห้ง
10
. ใส่ผ้าที่ซักแล้วในถังปั่นแห้ง โดยให้กระจายตัวสม่ำเสมอ วางที่ครอบไว้บนผ้า  ปิดฝาดูให้แน่ใจด้วยว่าได้วางท่อระบายน้ำทิ้งในที่ระบายน้ำทิ้งแล้วและหมุนปุ่มเลือกการทำงาน (3) ไปที่ตำแหน่งระบายน้ำ  ากนั้นหมุนปุ่ม (4) ตั้งเวลา 3 นาที เครื่องก็จะทำงานทันที

 
   
 

ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่อง

1. การใช้ไฟฟ้า :  220 โวลท์ 
2. ขนาดเครื่อง กว้าง 58 ซม. สูง 55 ซม. ลึก 34 ซม.
3.
น้ำหนัก : 10 กิโลกรัม
4. ราคา (5 มิ.. 2554)  2,490 บาท


การต่อท่อน้ำทิ้ง (Do It Yourself)

เสียบปลายท่อน้ำทิ้งที่ออกมาจากเครื่องซักผ้า เข้าที่ท่อ
PVC แล้วติดวาวล์ เปิด - ปิด ทากาวประสานการต่อท่อ กันน้ำรั่ว และยึดวาวล์ติดกับพื้นหรือแผ่นไม้ที่มีความหนาพอสมควรให้มั่นคงเพราะวาวล์นี้จะค่อนข้างแข็ง  ในการซักผ้า ปิดวาวล์น้ำออกเอาไว้  และเมื่อซักผ้าเสร็จแล้วต้องการระบายน้ำออก หรือเวลาปั่นหมาดก็ระบายน้ำออก โดยเปิดวาวล์ให้น้ำไหลออกไปได้  วิธีง่ายๆดังกล่าวนี้ ท่านก็สามารถทำเองได้ โดยอุปกรณ์ต่างๆหาซื้อได้ที่ HomePro, HomeWorks หรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์การประปาทั่วไป

 
 
                                        
 
รูปที่ 5  การต่อท่อน้ำทิ้ง
 
 

ลการทดลองใช้งาน

1. ขณะทำการซักผ้า การใช้ไฟฟ้า จะ Swing ไปมา เพราะถังซักผ้ามีการหมุนไปแล้วระยะหนึ่งจะหยุดและหมุนกลับ ดังนั้น กำลังไฟฟ้าที่ใช้ จึง Swing ไปมาระหว่าง 124 ถึง 180 วัตต์

2. ขณะทำการปั่นแห้ง ถังปั่นจะหมุนตลอดเวลา ดังนั้น กำลังไฟฟ้าที่ใช้จึงค่อนข้างจะคงที่อยู่ที่ 97 - 98 วัตต์

3. พบว่า เครื่องทำงานได้ดี ผ้าที่ซักและปั่นหมาดแล้ว มีความสะอาดและนุ่มดีกว่าการซักด้วยมือแม้ว่าจะเป็นผ้าเช็ดรถ ที่เปลื้อนมาก ก็ซักออกมาได้สะอาดดีพอสมควร

4. ทดลองซักผ้าเช็ดตัวขนาดมาตรฐาน จำนวน 2 ผืน พบว่าพอซักได้ แต่ผ้าที่ชุ่มน้ำ จะค่อนข้างหนักไป ถ้าซักเพียง 1 ผืน บวกผ้าอื่นๆ ก็น่าจะดีกว่า  สำหรับการปั่นหมาดนั้น ถ้าเป็นผ้าเช็ดตัวควรปั่นทีละผืน ผลที่ได้นับว่าดีทีเดียว

5. ในการปั่นแห้ง ถังปั่นที่มีขนาดเล็กจะหมุนด้วยความเร็วสูง ดังนั้น การจัดวางผ้าจึงควรใส่ผ้าหลายๆชิ้นให้น้ำหนักเฉลี่ยกัน การหมุนก็จะราบเรียบ แต่ถ้าเป็นผ้าหนัก ชิ้นเดียว อาจเกิดการสั่นขึ้นได้ ให้หยุดเครื่อง โดยเปิดฝาถังปั่นหมาดออก แล้วจัดผ้าใหม่

ค่าใช้จ่ายในการซักผ้าแต่ละครั้ง

คำนวนจากการซัก ที่ใช้เวลา 15 นาที และการปั่นหมาด ใช้เวลา 5 นาที โดยใช้กำลังไฟฟ้าที่วัดได้ข้างต้น และค่าไฟฟ้า หน่วยละ 4.50 บาท  เป็นค่าไฟฟ้าประมาณ 19.52 สตางค์ ต่อการซัก 1 ครั้ง

 
 
 
 

2. เครื่องซักผ้าขนาดเล็กแบบถังเดี่ยว (Smarthome)

 
 

เครื่องซักผ้าขนาดเล็กแบบฝาบนถังเดี่ยวที่มีราคาถูก (ระมาณ 1,350 าท) ตามที่แสดงในรูปที่ 6 มีขนาด 32.5 x 35.5 x 52.2 ซม. สามารถซักผ้าได้ประมาณ 4 กิโลกรัม เป็นเครื่องที่ซักผ้าได้ดี สามารถซักผ้าห่มผ้านวมและผ้าปูที่นอนอย่างละ 1 ผืนได้ในครั้งเดียว นอกจากนั้น ใช้ซักเสื้อผ้าได้มากพอควรเนื่องจากถังมีขนาดกว้าง และยังประหยัดไฟฟ้าได้ดี จากตัวอย่างการซักผ้านาน 15 นาที จะใช้กำลังไฟฟ้าประมาณ 157 วัตต์ และใช้พลังงานไฟฟ้าเพียง 0.0277 หน่วย หรือคิดเป็นค่าไฟฟ้า 13 สตางค์เท่านั้น

 
 
  รูปที่ 6  เครื่องซักผ้าขนาดเล็กแบบกึ่งอัตโนมัติฝาบน
 
 
  รูปที่ 7  ตัวอย่างขณะกำลังซักผ้า
 
 
  รูปที่ 8  การใช้พลังงานไฟฟ้า ต่อการซักผ้า 15 นาที

 
 

สรุป

เครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติเป็นที่นิยมใช้กันมากเพราะสะดวกในการใช้งาน ซักผ้าได้จำนวนมาก แต่เครื่องก็มีราคาแพง (10,000 - 30,000 บาท) โดยเครื่องจะมี Features มากมาย ใช้ได้ดีกับผ้าหลากหลายชนิดและบางรุ่นก็สามารถซักผ้าด้วยน้ำอุ่นที่ตั้งอุณหภูมิได้ และยังมีระบบที่ซักผ้าแล้วปั่นหมาดได้ แต่เครื่องจะใช้ไฟฟ้ามากและต้องมีการตรวจเช็คทำความสะอาด ล้างเครื่อง ซ่อมเปลี่ยนอะไหล่ ซึ่งค่าซ่อมจะค่อนข้างแพง และมีปัญหาต่างๆมากพอควร เช่น เปิดฝาถังซักไม่ออก ไม่สามารถระบายน้ำทิ้งได้ ไม่สามารถปั่นแห้งได้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เครื่องซักผ้าแบบอัตโนมัติก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันมาก สำหรับความจุของถังซักนั้นนิยมใช้กันตั้งแต่ขนาดที่ใส่ผ้าซักได้ 7 กิโลกรัมขึ้นไป

เครื่องซักผ้าขนาดเล็ก (Mini Washing Machine) แบบกึ่งอัตโนมัติ ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นสำหรับการใช้ซักผ้าจำนวนไม่มากนักต่อการซักแต่ละครั้ง มีผู้ใช้กันมากในห้องพักในหอ ในอพาร์ตเม้นท์ ในคอนโดมิเนียม และในบ้านเรือนทั่วๆไปซึ่งอาจใช้เพื่อแยกซักผ้าจากเครื่องใหญ่ หรือซักผ้าที่ต้องใช้ประจำแต่มีจำนวนไม่มากนัก สามารถใช้เป็นเครื่องสำรอง มีราคาถูก (700 - 2,000 บาท) มีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายได้สะดวกและแทบจะไม่มีค่าบำรุงรักษาเลย

 
  ------------------------------------------------------------------------------------------------------  
 

หมายเหตุ :
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูล เผยแพร่ความรู้และประสบการณ์สำหรับผู้ที่สนใจ ผู้เขียนไม่ได้ขายหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายอุปกรณ์ต่างๆที่นำมาแสดง

  
....................................................................................................................................................................................................................................................
จากวันที่  5 มิ.. 2554
ปรับปรุงล่าสุด : 14 .. 2563