Digital Photography   Audio & Video   Computer Accessories   Software Applications  Miscellaneous  Home

ข้อควรระวังในการใช้ Smart Phone
(เพื่อป้องกันการเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัว)

        ...

 

         
รูปที่ 1  ตัวอย่าง Smart Phones

 

การป้องกันการโทรออกโดยไม่รู้ตัว

       โทรศัพท์แบบ Smart Phone ใช้นิ้วสัมผัส (Touch Screen) และมีความไวมาก บางครั้งเรเผลอไปแตะจอ แล้วเกิดการโทรออก หรือในกรณีที่ปล่อยให้จอดับเองแต่จอยังดับไม่สนิท แล้วใส่โทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าถือ หรือกระเป๋ากางเกง อาจถูกกด แล้วบังเอิญมีการโทรออกไปยังหมายเลขใดหมายเลขหนึ่ง ซึ่งถ้าผู้รับเปิดรับฟังก็จะได้ยินเสียงการสนทนา หรือล่วงรู้ความลับต่างๆ ได้ และถ้าผู้ที่รับฟังไม่วางสายก็จะทำให้มีค่าใช้จ่ายในการที่เกิดโทรออกไปเองโดยไม่รู้ตัวนี้เป็นจำนวนมาก

ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดโทรออกไปเองโดยเราไม่รู้ตัว ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือควรใช้ Feature Screen Lock ยกตัวอย่างเครื่อง
 Samsung Galaxy SIII ทำได้โดยไปที่
Settings --> Security and Lock Screen --> กำหนด Password
ซึ่งทุกครั้งที่จะโทรออกก็เปิดเครื่องแล้วใส่ Password ก่อน ก็จะปลอดภัย และยังเป็นการป้องกันคนอื่นมาแอบดูข้อมูลในโทรศัพท์ของเราได้ด้วย  อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เครื่องจะเข้าสู่ Sleep Mode หรือ Screen จะ Lock ควรเช็คให้แน่ใจว่า ยังมี Application ใดทำงานอยู่หรือไม่ ถ้ามี ก็ควรปิดเสีย
 

References :

1. มาทำความรู้จัก Mobile Internet, 3G, Wi-Fi, ฉบับมือใหม่หัดใช้สมาร์ทโฟน - แท็บเล็ต

2. SSLSTRIPGuard :  วิธีป้องกันการถูกขโมยข้อมูลใน iPhone Smart Phone ผ่าน Wi - Fi สาธารณะ
3. อยากใช้ Wi-Fi ฟรี ไปดูกันว่ามีที่ไหนให้บริการ
4. AIS Mobile Internet : โปรแกรมช่วยคำนวนการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อเลิกแพคเก็จที่เหมาะสมกับการใช้งาน
5. เช็คค่าใช้บริการ AIS e-Service
6. คู่มือการใช้งาน Samsung Galaxy S III ฉบับสมบูรณ์ โดย ทรงศักดิ์ ลิ้มสิริสันติกุล สำนักพิมพ์ ซีเอ็ด   หน้า 103 - 106 เชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi
7. กระทู้จาก Pantip.com หัวข้อ "ทำไม AIS ต้องยัดเยียดให้ผมเสียเงินด้วย"
8. เสียเงินทั้ง EDGE ทั้ง Wi-Fi  จาก คมชัดลึก
 

ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือแบบธรรมดา ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อโทรออก หรือรับสายโทรเข้า มีการส่งข้อความแบบ SMS (Short Message Service) และส่งรูปภาพแบบ MMS (Multimedia Messaging System) ซึ่งค่าใช้จ่ายรายเดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการเลือก Package สมมติว่าเดิมท่านมีค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือเดือนละ 700-800 บาท เมื่อเปลี่ยนมาใช้ Smart Phone โดยไม่เปลี่ยน Package หรือเปลี่ยนไม่ทัน หรือยังไม่ครบรอบบิล ค่าใช้จ่ายรายเดือนอาจจะเพิ่มขึ้นมากมาย เช่น เพิ่มเป็น 1,600 บาท หรือขึ้นไปเป็นหมื่นบาท โดยที่ท่านแทบจะไม่ให้ใช้งาน Internet ส่งอีเมล์ หรือเข้าดู YouTube เลย ในกรณีดังกล่าวจะมี SMS แจ้งมาจากผู้ให้บริการว่าท่านได้เข้าไปใช้เครือข่าย 3G/GPRS/EDGE และค่าใช้จ่ายของท่านได้เพิ่มสูงขึ้นมากเขาก็จะมีบริการแนะนำให้รีบเปลี่ยน Package การใช้ใหม่ให้เหมาะสม ซึ่งท่านควรจะต้องรีบเปลี่ยนทันทีและจริงๆ แล้ว เมื่อมีการซื้อโทรศัพท์แบบ Smart Phone คนขาย หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือควรจะต้องเน้นย้ำให้เปลี่ยน Package การใช้เสียใหม่ แต่มีคนจำนวนมากที่ซื้อโทรศัพท์จากตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ซึ่งเพียงแต่ขายเครื่องให้บางรายก็ไม่ได้ให้คำแนะนำ และในกรณีเปลี่ยน SIM ไปเป็น Micro SIM เราก็ต้องไปให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทำให้ ซึ่งบางแห่งก็ไม่ได้ให้คำแนะนำในการเปลี่ยน Package การใช้เช่นกัน

ดังนั้นผู้ที่ต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือจากแบบธรรมดา มาเป็น Smart Phone เช่น iPhone 5, Samsung Galaxy SIII, Nokia Lumia 920 ถ้าท่านไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น ซึ่งอาจจะซื้อโทรศัพท์มือถือได้อีกเครื่องก็ควรพิจารณาการใช้ของท่านตามปกติก่อนว่าโทรออกเดือนละกี่นาที ส่ง SMS, MMS เดือนละกี่ครั้ง เป็นพื้นฐานซึ่งเช็คได้จากใบแจ้งหนี้ค่าโทรศัพท์รายเดือน แล้วเลือก Package Smart Phone ที่เหมาะสม เช่น สามารถใช้ 3G/EDGE/GPRS ได้ไม่จำกัด ใช้ Wi-Fi ได้ไม่จำกัด เป็นต้น แล้วขอเปลี่ยน Package ทันที แน่นอนว่า ค่าใช้จ่ายรายเดือนต่อไปนี้จะสูงขึ้น เพราะท่านใช้ Features ของ Smart Phone มากขึ้น โดยใช้ทั้งส่วน Voice และส่วน Data
 
  หมายเหตุ :
ในบาง
Package ที่ระบุว่าใช้ 3G/EDGE ได้ไม่จำกัดนั้น ความจริงคือการใช้ Data จะจำกัดอยู่ที่ 2 หรือ  3 หรือ 5 GB ด้วยความเร็วสูงสุด (ซึ่งบางผู้ใช้บริการก็ไม่บอกแน่ชัดว่าเท่าไร คงขึ้นกับ Network ระยะทาง และจำนวนผู้ใช้) และเมื่อท่านใช้ครบตามปริมาณที่กำหนดแล้ว ก็ยังสามารถเล่นเน็ตต่อไปได้ไม่จำกัด แต่ความเร็วสูงสุดได้เพียง 64 ถึง 128 Kbps  ซึ่งลองนึกถึงสมัยก่อนที่ใช้อินเทอร์เน็ต โดยมีการ Dial ผ่านโมเด็มความเร็ว 64 Kbps
มันไม่ค่อยมีประโยชน์แล้ว ในโลกแห่งการสื่อสารปัจจุบัน

ทำไมโทรศัพท์ Smart Phone จึงทำให้ค่าใช้จ่ายด้าน Data เพิ่มสูงมากขึ้น (ถ้าไม่เปลี่ยน Package)

1. โทรศัพท์แบบ Smart Phone มีการตั้งค่าเชื่อมต่อ 3G/GPRS/EDGE/Roaming ได้ การเชื่อมต่อทำได้โดยการเปิด Use Packet Data เช่น กรณีของ Samsung Galaxy SIII สามารถทำได้โดย

  1.1 ตั้งแถบบน แตะที่ Mobile Data (A) ในรูปที่ 2
 


รูปที่ 2  แถบตั้ง เปิด ปิด Functions ต่างๆ เช่น Mobile Data

 

1.2 เข้าที่ Setting Data Usage แตะ Mobile Data หรือ เข้าที่ Setting  --> Data Usage แตะ More Setting  --> Mobile Network แตะที่ Use Packet Data

      เมื่อมีการเปิด Mobile Data ไว้ท่านก็จะสามารถใช้ Internet, e-mail, เข้าชม YouTube ฯลฯ ได้ แต่ทำนองเดียวกัน Smart  Phone  จะทำการติดต่อกับเครือข่ายผู้ให้บริการ และทำให้ปริมาณการใช้  Data  ของท่านสูงขึ้น อย่างน่าตกใจ แม้ว่าท่านจะไม่ได้ใช้งานเลย ทั้งนี้เพราะมีการ Download หรือ Upload ข้อมูลของ Applications ต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ในเครื่องโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ  เช่น Facebook  ที่มีการแจ้ง  Update  ต่างๆ โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ท่านจะตั้งไม่ให้ทำการ Update ดยอัตโนมัติ หรือให้แจ้งให้ทราบก่อน นอกจากนั้นด้านการใช้ Internet ซึ่งอาจใช้ข้อมูลมากกว่าที่ต้องการ ดังนั้นอาจจำเป็นต้องปิดการโหลดของข้อมูลในโหมด Background ของ Applications เช่น กรณีของ Samsung Galaxy SIII ทำได้โดยไปที่ Data Usage --> แตะที่ด้านล่างสุดซ้ายมือ --> Restrict Background Data  -->  แตะ OK

2. การเชื่อมต่อ Wi-Fi การเปิดใช้ Wi-Fi ถ้าท่านมีระบ Wi-Fi ที่บ้านเป็นความสะดวกอย่างหนึ่ง แต่เมื่อไปสถานที่ต่างๆที่มีบริการ Wi-Fi สาธารณะ บางแห่งจะเข้าใช้งานได้ บางแห่งจะต้องมีรหัสผ่าน การใช้ Wi-Fi นั้น ได้ความเร็วสูง แต่ระยะทางสั้น  สำหรับเครื่อง Smart Phone ก็เหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆอีกมากที่มี Sleep Mode หรือเพื่อประหยัดการใช้ไฟ แต่เป็นระบบ Standby เครื่องพร้อมที่จะใช้งาน ถ้ากดปุ่ม หรือเมื่อมีโทรศัพท์เข้ามา ถ้าเราสังเกตุเมนูการตั้ง Wi-Fi ถ้าเราตั้ง Keep Wi-Fi on during sleep แล้วตั้งที่ Always ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเราไปปิด Wi-Fi ระบบ Android คงจะพยายามไปหาทางเข้าใช้ด้านอื่น คือไปทาง 3G/GPRS/EDGE  ซึ่งจะทำให้การใช้งาน Data เพิ่มขึ้น สำหรับการ Run ที่เป็น Background ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นได้
 

 


รูปที่ 3  แถบตั้ง เปิด ปิด Functions ต่างๆ เช่น Wi-Fi, GPS

 

ตัวอย่างการที่ Smart Phone ทำงานเองโดยใช้เวลาไปถึง 777 นาที ใน 1 วัน
จากการทดลองเปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยให้เชื่อมต่อ Mobile Data เอาไว้ พบว่าทำให้ชั่วโมงการใช้งานเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ตามตัวอย่างข้างล่าง เพียง 1 วัน มีการใช้ GPRS/EGDE ถึง 777 นาที (ประมาณ 13 ชั่วโมง) ทั้งๆที่ไม่ได้ใช้เลย  ดังนั้น หากผู้ใช้ไม่ทราบเรื่องนี้ ก็จะต้องจ่ายค่าโทรศัพท์เพิ่มขึ้นมาก และก็คงมีคนที่ซื้อมาใช้ใหม่ๆ จำนวนหนึ่ง ที่ไม่ทราบ ก็ต้องจ่ายเงินให้บริษัทผู้ให้บริการไป

 

สรุป

    1.  เมื่อต้องการเปลี่ยนมาใช้ Smart Phone ควรศึกษาการใช้งาน และเลือก Package ให้เหมาะสมทันที โดยไปเปลี่ยนที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ หรือติดต่อทางโทรศัพท์ หรือใช้เว็บไซต์ และควรใช้ Package ที่จัดไว้สำหรับ Smart Phone นั้นๆ โดยเลือกการใช้ 3G/EDGE/GPRS แบบไม่จำกัด (Unlimited)
2. ในการเปลี่ยน Package ใหม่นั้น ผู้ให้บริการจะให้ท่านใช้ Package เดิมไปก่อน จนครบรอบบิล ซึ่งอาจเป็น 1 เดือนเต็มๆ ดังนั้น ในช่วงที่รอ เข้า Package ใหม่ ถ้าท่านไม่ระวัง เปิด Mobile Data และ Wi-Fi ทิ้งไว้ รับรองได้เลยว่า ค่าโทรศัพท์ของท่าน อาจจะเพิ่มขึ้นไปถึงระดับหมื่นบาทก็ได้ (นอกจากจะมีการจำกัดวงเงินการใช้เอาไว้ล่วงหน้าก่อน)
3. Feature บางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องใช้งาน ควรปิดไว้ เพื่อให้แน่ใจว่า ค่าบริการรายเดือนอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด และยังเป็นการประหยัดการใช้ไฟแบตเตอรี่ของเครื่องด้วย  (บางคนปิดเครื่องเวลาเข้านอน แต่มักจะลืมเปิดตอนเช้า บางคนปิด Mobile Data เวลาเข้านอน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการใช้ส่วนของ Data ให้เปลืองขึ้น)
4.  แม้จะเลือก Package แบบ Unlimited แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอื่นๆอยู่ เช่น โทร ออกได้ 300, 400, หรือ 500 นาทีต่อเดือน ถ้าใช้มากกว่านั้น ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม  ดังนั้น จึงควรระวังเรื่องการโทรออกไปเองโดยเราไม่รู้ตัว โดยการ Lock Screen เอาไว้ และต้องตรวจดูด้วยว่า มีอะไร ทำงานอยู่ใน Background หรือไม่
5. หมั่นเข้าไปตรวจเช็คค่าใช้บริการโทรศัพท์ในรอบบิล เช่น
ถ้าใช้ของ
AIS ก็เข้าไปที่
เช็คค่าใช้บริการ AIS e-Service
ถ้าใช้ของ True ก็เข้าไปที่ True iService
ถ้าใช้ของ DTAC ก็เข้าไปที่ DTAC eService
เพิ่อตรวจดูว่าค่าใช้จ่ายเป็นเท่าไรแล้วและมีค่าใช้จ่ายผิดปกติเกิดขึ้นจากการโทรออก และจากการใช้
GPRS/EDGE/3G หรือWi-Fi หรือไม่

 

Hit Counter
จากวันที่ 3 .. 2556
ปรับปรุงล่าสุด : 6 .. 2556