![]() |
Mobile
Phone Related
|
Audio & Video
|
Computer Accessories
Software Applications | Miscellaneous | Home |
|
ผลงานและประสบการณ์ |
||
| การนำเอาความรู้ที่ได้เรียนมาจากอเมริกามาใช้ประโยชน์ | ||
| การพัฒนาระบบไฟฟ้าแรงสูงมาก (Extra High Voltage EHV 500 kV) | ||
|
ระบบไฟฟ้าที่ประเทศไทยใช้อยู่ในขณะที่ผมได้เข้ามาทำงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
(กฟผ.) ในขณะนั้น
(ปี พ.ศ. 2511) คือระบบที่มีแรงดันไฟฟ้า 69, 115, และ 230
เควี ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟฟ้าและระยะทางที่จะต้องส่งไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าไปยังศูนย์กลางการจ่ายไฟฟ้า
หรือ Load Center ระบบส่งไฟฟ้าจากเขื่อนภูมิพล
มานครสวรรค์จนถึงกรุงเทพฯ
เป็นระบบ 230 เควี
ที่สร้างขึ้นพร้อมกับการก่อสร้างเขื่อนภูมิพล (โดยใช้บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาจากสหรัฐอเมริกา)
ซึ่งก็นับว่าเพียงพอในขณะนั้นและมีการขยายระบบไปเรื่อยๆ |
||
|
การตัดสินใจเลือกระบบสายส่ง 500 เควี เป็นระบบ EHV แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
||
![]() ![]() |
||
|
ขอเล่าเรื่องราวความเป็นมาย้อนหลังไปถึงสมัยที่เรียนปริญญาโทอยู่ที่
Oregon State University (OSU) โดยมีวิชา Major คือ Power Systems และ High Voltage System
ซึ่งได้เรียนจากการที่อาจารย์ตั้งโจทย์ให้คิดว่า
ถ้าจะส่งไฟฟ้า 1,000 เมกะวัตต์
ระยะทาง 500 ไมล์ หรือ 800 กิโลเมตร
จะต้องออกแบบระบบอย่างไร
นี่คือ Assignment หรือข้อสอบแรก
ที่พวกเราต้องทำทุกอย่างโดยการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์วิเคราะห์เอาเอง
สำหรับผม ได้เรียนวิชา IBM Programming ภาษา Fortran, SPS, และ Machine Language
ไปบ้างจากหลักสูตรปริญญาโท
ที่บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตอนนั้น
จึงพอจะมีพื้นฐานบ้าง
แต่ยังไม่เคยเห็นคอมพิวเตอร์เมนเฟรม จึงได้เริ่มทำโปรแกรมคำนวนค่า Parameters
ของสายส่งไฟฟ้าก่อน
ทำผิดๆกันอยู่หลายครั้ง เพราะไม่เคย Run โปรแกรมเลย
ทุกอย่างเป็นของใหม่
คอมพิวเตอร์ IBM 1620 ที่ใช้ มีหน่วยความจำ 32 kbytes ขนาดใหญ่มาก
ติดตั้งในห้องใหญ่
แต่สมัยนั้นนับว่าทันสมัยแล้ว ได้ใช้เวลาศึกษาต่อไปจนถึงขั้นเขียนโปรแกรม
Load Flow และอื่นๆอีก จนในที่สุด
ก็สามารถวิเคราะห์การส่งไฟฟ้าที่อาจารย์ตั้งให้ได้
ผลจาก Assignment ง่ายๆแค่นั้น
อาจารย์แทบจะไม่ต้องเหนื่อยอะไรกับการสอน
เพราะพวกนักศึกษาต้องทำเองหมด
หาหนังสืออ่านเอง คือเรียนเอง แต่ที่น่าประทับใจก็คือ
อาจารย์ได้คอยแนะนำตลอดเวลา
และได้พาไปดูงานระบบไฟฟ้าที่ Bonneville Power Administration
(BPA), Portland ซึ่งมีระบบ 500
เควี ส่งไฟฟ้าลงไป California
และยังมีศูนย์ทดสอบระบบและอุปกรณ์ระบบส่งไฟฟ้ากระแสตรง
หรือ High Voltage Direct Current Transmission
(HVDC) ซึ่งได้ทำให้พวกนักศึกษาได้เห็นของจริงว่าเขาทำกันแล้ว
และยิ่งสนใจในการเรียนมากขึ้น |
||
![]() โรงไฟฟ้าลิกไนท์แม่เมาะ |
||
|
กลับมาที่โครงการโรงไฟฟ้าลิกไนท์แม่เมาะ ได้ทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบระบบ 230 เควี 400 เควี และ 500 เควี
ทางด้าน Engineering, Economic
และการขยายระบบในอนาคต โดยทำเอง ไม่ได้ใช้ที่ปรึกษา
หลังจากนั้นได้ทำรายงานเสนอแนะระบบไฟฟ้า เป็น 500 เควี
(500,000 โวลต์) สำหรับโครงการสายส่งจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะถึงกรุงเทพฯ
แม้ว่าจะมีพวกรุ่นพี่ใน กฟผ.
ที่เรียนจบจากอังกฤษบางคนจะพูดถึงว่าทำไมไม่ใช้ระบบ
380/400 เควี แต่ก็ไม่มีผลอะไร
และโครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูงมาก แม่เมาะ - กรุงเทพฯ ระบบ
EHV 500 เควีก็ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างได้
ถือเป็นระบบ 500 เควี
โครงการแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเนื่องจากเป็นระบบใหม่ กฟผ.
จึงได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจากสหรัฐอเมริกา คือ บริษัท
Lemco Engineerings , St. Louis, U.S.A. มาเป็นบริษัทวิศวกรที่ปรึกษา
(Consulting Engineers) ดำเนินการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโครงสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้ากลางทาง
(Intermediate Switching Station)
สถานีไฟฟ้าย่อย แม่เมาะ-ท่าตะโก-กรุงเทพฯ โดยยึดตามการศึกษาของฝ่ายวางแผนและระบบไฟฟ้า
โดยเฉพาะสายส่ง 500
เควี
ให้มีช่วงเสาและใช้ขนาดสายไฟฟ้าตามที่กำหนดซึ่งเป็นไปตาม
Economic Span Length
และ Economic Conductor
Size ที่วิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ |
ตั้งแต่วันที่
14 ก.พ.2545
ปรับปรุงล่าสุด : 3 ก.ย. 2568