Mobile Phone Related | Audio & Video | Computer Accessories  
   Software Applications | Miscellaneous |
Home
 

ผลงานและประสบการณ์
(Achievements & Experiences)

 
     
  ความพยายามหลายๆปีกว่าจะทำโครงการได้ (Long Projects)  
 

ก่อนหน้านี้ ด้เขียนเรื่องราวของความพยายามในการเปลี่ยนระบบเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ของ กฟผ. มาแล้ว นอกจากเรื่องคอมพิวเตอร์ ก็มีเรื่องงานวางแผนระบบไฟฟ้าอีกหลายโครงการที่ต้องใช้ความพยายามมากในการจัดทำ เสนอขออนุมัติ และในที่สุดก็ได้ก่อสร้าง

โครงการสายส่งเชื่อมโยงภาคกลาง - ภาคใต้ (230 kV Central - Southern Tie Line)

จากการวางแผนพบว่ากำลังผลิตไฟฟฟ้าในภาคใต้จะไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ทางฝ่ายวางแผน จึงได้จัดทำโครงการขึ้นมา คือโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ขนาด 230 กิโลโวลต์เพื่อเชื่อมโยงภาคกลาง - ภาคใต้ เป็นการนำไฟฟ้าที่มีมากจากภาคกลาง ส่งลงไปช่วยที่ภาคใต้ โครงการนี้ ต้องไปแข่งกับโครงการก่อสร้างเขื่อนปัตตานี ซึ่งวางแผนโดยฝ่ายวางแผนพลังน้ำและมีบริษัทที่ปรึกษาอเมริกัน ซึ่งทำให้มีความพยายามที่จะชะลอโครงการก่อสร้างสายส่งเอาไว้ เพื่อจะได้สร้างโครงการเขื่อนปัตตานีก่อน  การจะสร้างโครงการสายส่ง 230 เควี เชื่อมโยงภาคกลาง -  ภาตใต้ หรือโครงการเขื่อนปัตตานีนั้น ทั้ง 2 โครงการก็จัดทำโดยฝ่ายโครงการและแผนงานด้วยกันหากแต่เป็นคนละกอง ดังนั้น จึงเกิดการแข่งขันที่จะเสนอโครงการขึ้น

(การจัดทำโครงการในแผนเพิ่มกำลังผลิต หรือ PDP มีใช้แล้ว โดยจัดทำการวิเคราะห์เพื่อหาแผนทั้งหมดที่เป็น Least Cost Solution ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารโลก (IBRD) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank - ADB) ซึ่งในแผนดังกล่าวในตอนนั้น มีการก่อสร้างสายส่ง 230 เควี เชื่อมโยงภาคกลาง - ภาคใต้ มาก่อนโครงการเขื่อนปัตตานี

 
   
 

ผมได้นำเสนอโครงการก่อสร้างสายส่ง 230 เควี เชื่อมโยงภาคกลาง - ภาคใต้ ต่อฝ่ายบริหารหลายครั้ง แล้วก็ถูกตีกลับ คือไม่ได้รับอนุมัติอยู่เรื่อย คงเป็นเพราะนายผมหนึ่งระดับชอบการสร้างเขื่อนและต้องการโครงการเขื่อนปัตตานีก่อน ต่อมาปรากฎว่า โครงการเขื่อนปัตตานีต้องเลื่อนกำหนดการก่อสร้างออกไป (Delayed) และแม้ว่าจะได้ทำรายงานการศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) และงานเตรียมการต่างๆเอาไว้แล้ว ได้เกิดปัญหาการหาแหล่งเงินกู้ คือโครงการนี้ เมื่อ กฟผ. เข้ามารับช่วงต่อจากการพลังงานแห่งชาติ ก็ได้ใช้บริษัทที่ปรึกษาอเมริกัน แต่พอจะกู้เงิน ไปขอเงินกู้จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเขามีกฎว่า จะพิจารณาให้กู้ ถ้าโครงการนั้นใช้บริษัทที่ปรึกษาญี่ปุ่น ดังนั้น กว่าจะทราบผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการว่าทางญี่ปุ่นไม่อนุมัติให้กู้เงินสำหรับโครงการนี้ ก็สายไปเสียแล้ว เวลาที่ผ่านไป ได้เกิดการขาดแคลนไฟฟ้าในภาคใต้มากยิ่งขึ้น วิธีแก้ที่ทำได้ทางเดียวก็คือขนย้ายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบแกสเทอร์ไบน์กำลังผลิตเครื่องละ 15 เมกะวัตต์จำนวนหลายเครื่องจากกรุงเทพฯ รีบไปติดตั้งในภาคใต้ แต่คนการไฟฟ้าก็รู้ดีว่าการเดินเครื่องแกสเทอร์ไบน์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเพื่อผลิตไฟฟ้านั้น มีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงมากและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้
ในระยะเวลาหลายปีสะสมกันเป็นเงินกว่าพันล้านบาท
! ซึ่งผมในฐานะผู้วางแผนโครงการสายส่ง จำเป็นต้องทำตัวเป็นหน่วยกล้าตาย เอาตัวเลขค่าน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น ไปให้ผู้ว่าการดู (ซึ่งคิดว่า ผู้ว่าการคงจะทราบอยู่แล้ว) ทันใดที่ผมเอาตัวเลขให้ท่านดู ก็โดนสวนกลับทันที (ถูกด่ากลับมาอาจเป็นเพราะไปตอกย้ำการตัดสินใจของท่าน) แต่ก็ยังไม่หมดความพยายาม จากนั้นไม่นานก็เสนอโครงการสายส่งกลับไปใหม่

ต่อมาโครงการสายส่งเชื่อมโยงภาคกลาง - ภาคใต้ ระบบ 230 กิโลโวลต์ ก็ได้รับอนุมัติจากฝ่ายบริหาร เพราะตอนนั้นไม่มีทางเลือกแล้ว จึงได้มีการนำโครงการเสนอขออนุมัติต่อสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDB) แต่เนื่องจากรัฐบาลในสมัยนั้น ต้องการผันเงินไปสู่ชนบท จึงได้ตัดงบประมาณโครงการสายส่ง 230 เควี ลง และให้สร้างได้แค่ระบบ 115 เควี ซึ่งต่อมาไม่นาน ก็ไม่สามารถส่งกำลังไฟฟ้าลงไฟภาคใต้ได้เพียงพอ ทำให้ต้องสร้างระบบ 230 เควีขึ้นมาเสริมอีก นี่แหละทำให้ต้องลงทุนซ้ำๆ เหมือนสร้างถนนแล้วก็ขุด หรือทุบทิ้งแล้วก็สร้างอีก ตลอดชีวิตที่เราเห็นมา

บทเรียนจากโครงการดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า อาจจะไม่สามารถดำเนินโครงการตามที่ควร หรือตามที่เป็น Least Cost Solution ได้ เนื่องจากมีการแข่งขันกันระหว่างฝ่ายวางแผนด้านไฟฟ้า กับด้านพลังน้ำ และอาจเป็นนโยบายระดับสูง และยังมีนโยบายผันเงินสู่ชนบทเข้ามาเป็นตัวตัดงบประมาณอีก ซึ่งถ้ามองใน View Point ของแต่ละฝ่าย ก็มีเหตุผลของตน ต่แล้วต่อมา เวลาได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การวางแผนโครงการเดิมที่ทำไว้นั้นถูกต้องแล้ว การจะ Implement ให้ได้นั้น อาจจะถูกนโยบาย รวมทั้งปัจจัยต่างๆเข้ามาเปลี่ยนแปลงแผนได้ (แค่ Risk & Uncertainty ยังไม่พอ ต้องบวก Politics เข้าไปด้วย) และกว่าที่โครงการสายส่งเชื่อมโยงภาคกลาง - ภาคใต้ จะได้รับอนุมัติให้ทำการก่อสร้างก็ใช้เวลาไปแล้วถึง 4 ปี! และยังจะต้องสร้างอีกประมาณ 2 ปีกว่าและที่สำคัญก็คือ ผู้ที่วางแผน อาจต้องมีความกล้าที่จะเสนอโครงการที่ดีให้กับองค์กร และอดทนที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง โดยใช้ความรู้ความสามารถและในทำนองเดียวกัน ก็จะต้องเสี่ยงที่จะถูกนายและเพื่อนร่วมงานบางคนไม่ชอบ ซึ่งอาจมีผลต่ออนาคตการทำงานด้วย

ฝ่ายวางแผนกำลังผลิตและระบบไฟฟ้า ได้แยกเป็นอิสระ ขึ้นตรงต่อผู้ว่าการ
โดยที่ผมได้ทำงานที่การไฟฟ้าฯ นานถึง 22 ปี ประสบการณ์ในระยะนั้น มีมากพอที่จะมั่นใจ ในการวางแผน แต่แน่นอนว่าทุกหน่วยงาน ก็ต้องมีเรื่องของการแข่งขัน และมี Internal Politics เป็นธรรมดา ฝ่ายวางแผน จึงไม่สามารถทำหน้าที่โดยอิสระได้ในบางกรณี จนต่อมาจึงถึงวันที่ได้เป็นอิสระ (โดยไม่ได้ไปวิ่งเต้นอะไรเลย และไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน) โดยมีรองผู้ว่าการท่านหนึ่งมากระซิบว่า สมเกียรติ ต่อไปนี้ You บายแล้ว ฝ่ายของผมจะได้เป็นอิสระไปขึ้นตรงต่อผู้ว่าการ โดยคณะกรรมการแผนวิสาหกิจได้เสนอคณะกรรมการ กฟผ. จัด Organization Chart ใหม่ โดยมีฝ่ายวางแผนกำลังผลิตและระบบไฟฟ้า ไปขึ้นตรงต่อผู้ว่าการ เพื่อให้ทำงานได้คล่องตัวดียิ่งขึ้น

 


 

ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.2545
ปรับปรุงล่าสุด : 18 .. 2568