Photoelectric Switch (สวิตช์แสงแดด 2566 - 2569)
2. การต่อวงจร Photoelectric Switch (ของรูปที่ 1) อุปกรณ์ที่ขาย จะมีวงจรการต่อ (Circuit Diagram) เขียนไว้ที่ด้านหลังของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งการต่อสายทำได้ง่าย มีสาย 3 เส้น คือ สายสีดำ (Source ไฟฟ้าเข้า) สายสีขาว (Neutral) และสายสีแดง (Load) รูปที่ 5 แสดงการต่อวงจร ซึ่งเราจะต่อไปยังหลอดไฟฟ้าได้หลายหลอด โดยต่อแบบขนานกันออกไป แต่ต้องระวังอย่าให้ใช้ไฟเกินพิกัดของอุปกรณ์ เช่น 500 วัตต์ หรือ 1,000 วัตต์
3. Photoelectric Switch แบบปรับค่าความสว่าง/ ความเข้มของแสงได้ สวิตช์แสงแดดแบบที่ปรับตั้งค่าความสว่าง (LUX) ได้ใช้แรงดันไฟฟ้า 220 V มีขนาดกระแสไฟ 10 A (2,200 วัตต์) และขนาด 25 A (5,000 วัตต์) มีปุ่มปรับค่าความสว่างได้จาก 5 - 100 LUX ตามรูปที่ 6 ซึ่งมีการต่อวงจรไฟฟ้าตามที่แสดงในรูปที่ 8
ข้อดีของสวิตช์แสงแดดที่สามารถปรับค่า LUX (ความเข้มของแสง) ได้ 1. มีความยืดหยุ่นในการใช้งานและมีความแม่นยำปรับเปลี่ยนตามสภาพจริงของพื้นที่ได้ 2. ช่วยในการประหยัดไฟ เช่น ปรับให้ไฟติดเมื่อมืดมากๆเท่านั้น (ปรับค่า LUX ต่ำๆ เช่น 5 - 10 LUX) 3. รองรับการใช้งานภายในอาคาร 4. มี Time Delay (หน่วงเวลา) ด้วย ลดปัญหาไฟกระพริบติดๆดับๆ เช่น เวลามีแสงไฟจากหน้ารถยนต์ส่องผ่าน
การติดตั้งสวิตช์แสงแดดใกล้กับหลอดไฟ ในกรณีที่ต้องติดตั้งสวิตช์แสงแดดใกล้กับหลอดไฟหรือมีแสงสว่างเข้ามาทางด้านหลัง เป็นการติดตั้งแบบ Indoor สามารถทำได้โดยทำกล่องบังแสง (ใช้กระดาษกล่องของอุปกรณ์) มาใช้ ตามรูปที่ 9 ซึ่งใช้ได้ผลดี แต่ถ้าไม่บังแสงจะเกิดการทำงานที่ผิดพลาด คือไฟจะติดแล้วดับ แล้วติดแล้วดับไปเรื่อยๆ (Oscillation)
การทดสอบความเข้มของแสงที่ทำให้อุปกรณ์ทำงาน การทดสอบทำได้โดยใช้ LUX Meter วัดแสงที่สวิตช์แสงแดด
ข้อมูลประกอบ 1. Light Control Sensor Introduction, Youtube
หมายเหตุ : ผู้เขียนไม่ได้ขายและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ที่นำมาแสดง / ทดสอบและเขียนอธิบายการใช้งานไว้ในเว็บไซต์นี้ ถ้าผู้ใดสนใจจะซื้อไปใช้กรุณาค้นหาจากเว็บไซต์ต่างๆได้ หรือจากศูนย์การค้าชั้นนำ
จากวันที่ 18 ก.ย. 2556 ปรับปรุงล่าสุด : 28 มิ.ย. 2565, 10 ก.ค. 2569
,