Mobile Phone Related | Audio & Video | Computer Accessories  
   Software Applications | Miscellaneous |
Home
 

การเพิ่ม/ขยายช่องเต้ารับปลั๊กติดผนัง
(Wall Socket Outlet Extension)

 
 

โดยทั่วๆไปเต้ารับติดผนัง (Wall Socket Outlet หรือ Receptacle) จะนิยมติดแบบมี 2 ช่อง ซึ่งเต้ารับแบบเก่าหรือเต้ารับในแนวนอน มีขั้ว Ground อยู่ทางด้านขวา เมื่อมีมาตรฐาน มอก.166-2549 ออกมา ได้กำหนดให้เต้ารับมาตรฐานมีขั้วสาย Ground อยู่ในแนวตั้งด้านบนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ในกรณีที่ช่องเสียบปลั๊กที่เต้ารับไม่พอต่อการใช้งาน คนส่วนมากจะใช้รางปลั๊กพ่วงซึ่งมีแบบ 2 - 5 ช่อง และนำอุปกรณ์ไฟฟ้ามาเสียบเพิ่ม** แต่อาจจะดูเกะกะไม่เรียบร้อย การขยายจำนวนช่องเสียบปลั๊กที่ผนังทำได้ง่ายๆโดยใช้อุปกรณ์ประเภทปลั๊กอะแดปเตอร์มาเสียบก็ใช้งานได้ทันที ซึ่งมีอะแดปเตอร์ให้เลือกใช้หลายแบบ เช่น
1) ใช้ปลั๊กอะแดปเตอร์ (ด้าน Outlet) แบบขากลม 1 ช่องขาแบน 2 ช่อง (ไม่มี Ground) ตามรูปที่ 1 ซึ่งปลั๊กมีขนาดเล็กและมีราคาถูก (อันละ 12 - 15 บาท) วิธีนี้นิยมใช้กันมากและใช้มานานแล้ว มีข้อจำกัดคือเสียบปลั๊ก 3 ขาไม่ได้

 
 
รูปที่ 1  ปลั๊กอะแดปเตอร์แบบขากลม 1 ช่องขาแบน 2 ช่อง (ไม่มี Ground)
(Extend จาก 1 ช่อง เป็น 3 ช่อง)


รูปที่ 2  การต่อขยาย Wall Outlet จาก
1 ช่อง เป็น 6 ช่อง
 
 
 

2) ใช้ปลั๊กอะแดปเตอร์ (ด้าน Outlet) แบบ 3 ขา 1 ช่อง ขากลม 1 ช่องและขาแบน 2 ช่อง ซึ่งปลั๊กนี้ด้านที่จะไปเสียบเป็นแบบขาแบน ตามรูปที่ 3  โดยมีคุณภาพดีและมีราคาไม่แพง (อันละ 32 - 35 บาท)
 

 
 
รูปที่ 3  การต่อขยาย Wall Outlet จาก 1 ช่อง เป็น 4 ช่อง
(Extend รวมทั้งหมดจาก 2 ช่อง เป็น 5 ช่อง)

รูปที่ 4 ปลั๊ก 4 ช่อง
 
 
     
 

3) ใช้ปลั๊กอะแดปเตอร์ (ด้าน Outlet) แบบ 3 ขา มี Ground 1 ช่อง และขากลม / ขาแบน 2 ช่อง ตามรูปที่ 5 ซึ่งปลั๊กนี้ด้านที่จะไปเสียบเป็นแบบ 3 ขา (ถอดขา Ground ได้) มีคุณภาพดี เสียบได้แน่น มีไฟแสดงสถานะ (ราคาอันละ 95 บาท)

 
 
รูปที่ 5  ปลั๊กอะแดปเตอร์แบบ 3 ขา มี Ground 1 ช่อง
และขากลม
/ ขาแบน 2 ช่อง

รูปที่ 6  ตัวอย่างการใช้งาน Plug Adapter
(อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่นำมาต่อพ่วง ใช้กระแสไฟฟ้าน้อย)

 
 
 

4) ใช้ปลั๊กอะแดปเตอร์ (ด้าน Outlet) แบบ 3 ขา มี Ground 2 ช่อง และขากลม / ขาแบน 2 ช่อง ตามรูปที่ 7 ซึ่งปลั๊กนี้สามารถจับหมุนได้ ด้านที่จะไปเสียบเป็นแบบ 3 ขา (ราคาอันละ 160 บาท)

 
 
รูปที่ 7  ปลั๊กอะแดปเตอร์แบบ 3 ขา มี Ground และแบบ 2 ขา
(Extend รวมทั้งหมดจาก 2 ช่อง เป็น 5 ช่อง)

รูปที่ 8  ตัวอย่างการใช้งาน
 
 
 

5) ใช้ปลั๊กอะแดปเตอร์ (ด้าน Outlet) แบบ 3 ขา และอีกด้านเป็นขาแบน ตามรูปที่ 9 ซึ่งปลั๊กแปลงนี้ออกแบบให้ส่วนเต้ารับที่เพิ่มขึ้นอยู่ต่ำลงไป ด้านที่จะไปเสียบเป็นแบบ 2 ขา ไม่มี Ground (ราคาอันละ 180 บาท)

 
 
รูปที่ 9  ปลั๊กแปลง 3 ขาเป็น 2 ขา แบบมีสวิตช์รีเซทได้

รูปที่ 10  ปลั๊กแปลง 3 ช่อง


รูปที่ 11  ตัวอย่างการใช้งาน
 
 

อย่างไรก็ตามในการติดตั้งบางจุด อาจจะใช้รางปลั๊กแบบเรียวยาวต่อสายและปลั๊กแบบพับได้มาเสียบเข้ากับ Outlet เดิม ก็อาจจะสวยและมั่นใจได้ว่าปลั๊กที่เสียบนั้นจะติดแน่นไม่มีการเกิด Arc  รับน้ำหนักสายและอุปกรณ์ได้ดี และมีความมั่นคง (รูปที่ 12)

 
 
รูปที่ 12  การติดตั้งรางปลั๊กเพื่อขยายจำนวนเต้ารับที่ผนัง
 
 

การทำ Wall Outlet Extension
ใช้รางปลั๊กแบบเสียบได้
3 ช่อง ต่อสายสั้นๆเข้ากับปลั๊กแบบพับได้ (Foldable Plug) ซึ่งสามารถเลือกใช้ปลั๊กแบบ 2 ขา (ไม่มี Ground) หรือปลั๊กแบบ 3 ขา (มี Ground) แล้วนำไปติดตั้ง วิธีนี้มีข้อดีคือปลั๊กที่เสียบเข้าเต้ารับที่ผนัง (Wall Outlet) จะติดแน่นและไม่ต้องรับน้ำหนักจากสายไฟหรืออุปกรณ์อื่นๆ ส่วนอุปกรณ์ที่นำมาเสียบและที่มีน้ำหนัก ก็เสียบเข้าที่รางปลั๊กได้อย่างมั่นคง

 
 
รูปที่ 1
3
 การเตรียมปลั๊กและสายสั้นๆ
 
 
รูปที่ 14  การติดปลั๊กพับได้และสายเข้ากับรางปลั๊ก
 
 
รูปที่ 15  การต่อสาย Line, Neutral และ Ground
 
 

สรุป
การเพิ่มจำนวนหรือขยายช่องเต้ารับของ
Wall Outlet นั้นทำได้หลายรูปแบบ ถ้าแค่เสียบปลั๊กต่างๆซึ่งมีขนาดเล็ก น้ำหนักน้อยจะทำแบบใดก็ได้ ยิ่งถ้าอุปกรณ์ที่นำปลั๊กมาเสียบใช้ไฟน้อยๆ เช่น นาฬิกาดิจิตอล ไฟ LED หัวชาร์จ พัดลมขนาดเล็ก ฯลฯ ก็สามารถใช้ปลั๊กอะแดปเตอร์เล็กๆที่มีราคาถูกได้ แต่ถ้าต้องนำเอาอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและหนักมาเสียบ เช่น Power Adapter, Wi-Fi Smart Plug, ที่เป่าผม, เครื่องดูดฝุ่น, เตารีดไอน้ำ ก็ควรพิจารณาใช้แบบที่เสียบได้แน่นและมั่นคง ไม่เอียงไปเอียงมา และลดโอกาสที่ปลั๊กจะหลุดหรือเกิด Arc ขึ้น
 

 
 

Note : ** การนำอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชนิดมาเสียบเข้ากับเต้ารับหรือปลั๊กพ่วงจะต้องมีการใช้กระแสไฟฟ้ารวมกันไม่เกินพิกัดของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้แก่เต้ารับ ปลั๊ก สายไฟฟ้า และรวมถึงอุปกรณ์ป้องกัน เช่น Circuit Breaker, Fuse กระแสไฟฟ้าที่อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้ คำนวณได้จากสูตร Current = Watt / (Voltage x Power Factor) แต่เพื่อความง่ายสำหรับผู้ที่ไม่ทราบค่า Power Factor จึงแนะนำให้ใช้ กระแส = Watt/200
 

 
 

Tips :
การทำ Outlet Extension แบบปลั๊กพ่วงที่นำไปวางบนโต๊ะ ใช้เป็นไฟส่องสว่าง ใช้เสียบอุปกรณ์ต่างๆ ใช้ในงาน DIY ซึ่งควรจะต้องมีสวิตช์ เปิด ปิด และมีฟิวส์หรือ Reset Switch ด้วยนั้น ทำให้มีความคล่องตัวในการใช้งาน สามารถทำขึ้นมาเองได้ (รูปที่ 16)

 
 
รูปที่ 16  Outlet Extension แบบตั้งโต๊ะประหยัดพื้นที่
 
 
รูปที่ 17  การต่อสายไฟสำหรับเต้ารับ HaCo แบบที่มีสวิตช์

รูปที่ 18  Outlet Extension แบบตั้งโต๊ะ (Final Version)
 
 
 

หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการทำ Wall Socket Outlet Extension ผู้เขียนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์กับการโฆษณาหรือการขายอุปกรณ์ต่างๆที่แสดงไว้

 


 

จากวันที่  14 ส.ค. 2569
ปรับปรุงล่าสุด :  28 ก.ย. 2569