|
|
|
ระวังตกเครื่องบินนะครับ
เพราะการจราจรและระบบการจัดการจราจรที่อาจจะทำให้ท่านไปขึ้นเครื่องไม่ทันก็ได้
.... ผมออกจากบ้าน ก็ใช้ทางด่วนไปลงที่ทางแยก ตรงจุด F เพราะสะดวกมาก แต่ลงแล้วต้องเลี้ยวซ้าย ไปถึงสี่แยก อสมท. ก็เลี้ยวขวาไปตามถนนพระราม 9 เพื่อหาทางกลับรถ (U-Turn) แล้วกลับมาที่แยก อสมท.ใหม่ เลี้ยวซ้ายอีก เข้าสู่ถนนรัชดาภิเษก เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้า Airport Rail Link ที่มักกะสัน เพราะที่นั่นกว้างขวาง ต้องมีที่จอดรถแน่ ช่วงจากสี่แยก อสมท.ไปยังบริเวณสถานีมักกะสัน รถติดมากมโหฬาร และนึกว่าจะเลี้ยวขวาเข้าสถานีได้ แต่ที่ให้กลับรถ มีอยู่แห่งหนึ่ง ก่อนถึงสถานี ดังนั้นจึงต้องขับรถต่อไป ซึ่งรถก็ติดมากตลอดถนน เลี้ยวที่ไหนก็ไม่ได้ จนไปถึงแยกถนนเพชรบุรี ก็เลี้ยวขวาได้ หมดไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมง พอไปถึงแยกมักกะสัน เลี้ยวขวาไปทางนิคมมักกะสัน ต้องไปหาที่ กลับรถที่ปลอดภัย แล้วขับไปตามถนนนิคมมักกะสัน (B) ไปเรื่อยๆ พร้อมกับมองไปทางซ้าย ก็เห็นอาคารสถานีรถไฟฟ้าตั้งอยู่ แต่ไม่มีทางเข้า เพราะเขาเอาแท่งคอนกรีตมาวางยาว ตลอดแนว เป็นรั้วไปในตัว ถนนนี้ คือถนนกำแพงเพชร 7 ก็นึกฉงนอยู่ว่า นี่เราวิ่งมาจนเป็น Loop ตั้ง 2 Loop แล้ว ใช้เวลาไปกว่า 50 นาที นับจากลงทางด่วน ก็กลับมาที่เก่า แต่ คราวนี้ อยู่คนละฝั่งของถนน แล้วก็พบทางเข้าสถานีรถไฟฟ้ามักกะสัน ตรงจุด E พอเข้าไป ก็พบที่จอดรถ ยังว่างอยู่มาก จอดแล้วก็หาทางขึ้นไปชั้นบน เพื่อซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบิน สุวรรณภูมิ ไปนั่งรถไฟฟ้า Airport Rail Link เล่นๆ แล้วก็กลับมาที่สถานีมักกะสัน ตามเดิม รถไฟฟ้า ก็วิ่งราบเรียบและเร็วดี แต่จากการไปทดลองในครั้งนี้ ได้ประสบการณ์มา หลายเรื่อง จึงนำมาเล่าให้ฟัง ดังนี้ 1. ใครจะไปขึ้นรถไฟฟ้า Airport Rail Link ที่สถานีมักกะสัน จะต้องคิดให้ดีว่าจะไปทางใด เช่นไปตามเส้นทาง A แบบที่ผมไป รถจะติดมาก จนทำให้ขึ้นเครื่องไม่ทันก็ได้ นอกเสียจากว่า ต่อไป มีคนมาทำให้รถเลี้ยวเข้าไปยังสถานี ได้ง่ายขึ้น โดยยกเลิก จุดกลับรถ ที่กลับรถได้ แต่เข้าสถานีไม่ได้ นอกจากท่านจะเสี่ยงชีวิตเอาเองและเป็นนักขับรถแข่ง และผมว่า การไปเจาะทางเข้าใหม่นั้น อาจจะต้องรออีกเป็นปี หรือรอให้มีคนมาโวยมากๆ หรือรอให้คนไม่ขึ้นรถไฟก่อน 2. เราไม่อยากเสนอแนะอะไร เพราะคนมีเหตุผล มีข้ออ้างกันทุกเรื่อง แต่ระบบมันจะต้องคล่องตัวและมีทางเลือก มีคนรับผิดชอบ อาจจะต้องทำออกนอกกรอบบ้าง และต้องทำเร็ว 3. เวลาจะก้าวขึ้นรถไฟฟ้า ต้องระวัง มีช่องว่างระหว่างชานชลา กับตัวรถมากเหมือนกัน ต้องระวังเด็กด้วย ผมเองก็งง เพราะมันดูจะห่างไปหน่อย เมื่อเทียบกับที่เคยเห็นมาใน ต่างประเทศ 4. เวลารถไฟจะออก เสียงปิดประตูจะดังมาก ไม่ต้องตกใจ ถ้านั่ง City Line หยุดหลายแห่ง ก็จะได้ยินเสียงดังปังๆหลายครั้ง จนชินไปเอง 5. ที่บริเวณสถานี แทบจะไม่มีที่นั่งเลย ดังนั้น ผู้ที่สูงอายุ คนที่ขาไม่ดี ต้องระวัง 6. ต่อไป คนที่มาจากสนามบินสุวรรณภูมิ และมีกระเป๋าใหญ่ หลายใบ จะต้องมองหารถเข็นกระเป๋า ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นเลย แต่ต่อไป คิดว่าต้องมีแน่ เพราะมีการเปิดให้ Check-in ได้ที่สถานีมักกะสัน 7. วันที่ไป ขากลับมาถึงสถานีมักกะสัน มองไม่เห็น Taxi สักคัน ดังนั้น เรื่องคิวแทกซี้ ก็จะเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ลองนึกดูว่า ต่อไปถ้ามีคนไปใช้บริการมากๆ อาจจะเห็นรถติดยาว ออกมาข้างนอก ทำให้ถนนที่ผ่านสถานีนี้ ยิ่งมีรถติดมากขึ้น 8. ขากลับออกมา เห็นมีถนนทำไว้ให้เป็นทางออก แต่ยังปิด ไม่ให้ใช้ ก็ยิ่งงงใหญ่ ว่าถนนนี้ มันไปออกทางไหน ทำไมถนนมันทำยากกว่า รถไฟฟ้า แต่เมื่อดูภาพถ่ายดาวเทียมของ Google ก็พอจะเห็นมีทางให้รถวิ่งออกไปได้ โครงการจะประสบความสำเร็จด้วยดี ถ้ามันใช้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ค่าโดยสารพอสมควร และการบริการดี ถ้า Access ยังไม่สะดวก มามัวเสียเวลารถติดตลอดแนวถนน อย่างนี้ คงต้องวางแผนแก้ไขโดยด่วน มิฉะนั้น คนก็ยังใช้ Taxi เหมือนเดิม เพราะ Taxi นั่งได้ 3 คนสบายๆเท่ากับค่ารถไฟฟ้า 450 บาท และส่ง - รับ ผู้โดยสารแบบ Door-to-Door แต่ถ้าจะเถียง ก็มี City Line ให้เลือก 3 คน ก็ 145 บาท บวกค่า Taxi ไปส่งโรงแรม / บ้านอีกต่างหาก สรุปว่า มีทางเลือก คนที่อยู่ใกล้สถานี ก็จะใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น |
||
|
|
||
จากวันที่ 30
ส.ค. 2553