![]() |
Mobile Phone Related | Audio & Video | Computer Accessories Software Applications | Miscellaneous | Home |
|
เครื่องดับกลิ่น |
||
|
กลิ่นเหม็นอันไม่พึงประสงค์มีเกิดขึ้นได้มากมายหลายแห่ง เช่น
กลิ่นจากสัตว์เลี้ยง กลิ่นอับในห้อง กลิ่นจากการทำครัว กลิ่นจากห้องน้ำ
น้ำยา สารเคมี เป็นต้น มีวิธีต่างๆในการกำจัดหรือดับกลิ่น
ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันและเป็นภาระในการดูแล
บำรุงรักษาบ้านหรือสำนักงาน การใช้เครื่องดับกลิ่น (Air Deodorizer)
ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่าในระยะเวลาเพียง 1
- 2 ปี หรือ อาจจะใช้ Air Deodorizer
ร่วมกับเครื่องฟอกอากาศแบบที่มีใส้กรองดูดซับกลิ่นได้
(ถ้ามีเครื่องอยู่แล้ว)
หรือใช้พวกน้ำหอม เจล สเปร์ย ปรับอากาศร่วมด้วยเป็นครั้งคราว เครื่องดับกลิ่นใช้หลักการทำให้เกิดโอโซน (O3) และใช้ประจุไฟฟ้าลบ สามารถจัดการฟอร์มาดีไฮด์ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฟอกอากาศและดับกลิ่น โดยโอโซนสลายแบคทีเรียและจุลินทรีย์ ขจัดแบคทีเรียที่เป็นอันตรายจากต้นตอ ฆ่าเชื้อในอากาศและวัตถุโดยรอบ ไอออนลบฟอกอากาศ กำจัดกลิ่น สำหรับราคาเครื่องดับกลิ่นแบบต่างๆนั้น อยู่ระหว่าง 350 - 550 บาท เครื่องดับกลิ่นแบบที่ 1 เป็นเครื่องกำจัดกลิ่นรูปทรงยาว มีขนาด 12 x 20 x 3.5 ซ.ม. หนักประมาณ 510 กรัม ใช้ไฟฟ้า 110-240 V ขณะทำงานใช้ไฟประมาณ 3 - 4 วัตต์ เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดไม่เกิน 25 ตารางเมตร เครื่องทำงานโดยหลักการโอโซน (O3) และประจุไฟฟ้าลบ มีโปรแกรมหรือโหมดการทำงานให้เลือก 4 โหมด ดังนี้ โหมด P1 : เครื่องทำงานโดยหลัก O3 และประจุลบ O2 เป็นเวลา 2 นาที เครื่องก็จะหยุดเป็นเวลา 58 นาที การไหลเวียนของอากาศก็จะเกิดขึ้น เหมาะสำหรับห้องที่มีสัตว์เลี้ยง ห้องน้ำ ที่มีขนาดไม่เกิน 5 ตารางเมตร โหมด P2 : เครื่องทำงานโดยหลัก O3 และประจุลบ O2 เป็นเวลา 3 นาที เครื่องก็จะหยุดเป็นเวลา 20 นาที การไหลเวียนของอากาศก็จะเกิดขึ้น เหมาะสำหรับห้อง ห้องครัว และห้องน้ำ ที่มีขนาดไม่เกิน 10 ตารางเมตร โหมด P3 : เครื่องทำงานโดยหลัก O3 และประจุลบ O2 เป็นเวลา 30 นาที เครื่องก็จะหยุดเป็นเวลา 12 ชั่วโมง การไหลเวียนของอากาศก็จะเกิดขึ้น เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำข ที่มีขนาดไม่เกิน 20 ตารางเมตร โหมด P4 : เครื่องทำงานโดยหลัก O3 และประจุลบ O2 เป็นเวลา 30 นาที เครื่องก็จะหยุดเป็นเวลา 2 ชั่วโมง การไหลเวียนของอากาศก็จะเกิดขึ้น เหมาะสำหรับการฟอกพื้นที่ด้วยความเร็วสูง พื้นที่ประมาณ 30 ตารางเมตร Note : ถ้าไฟสถานะหรือไฟโหมดกระพริบแสดงว่าเครื่องกำลังทำงาน และถ้าไฟนี้หยุดค้างแสดงว่าเข้าโหมด Standby (หยุดพัก)
|
||
|
|
||
|
|
||
|
ผลการใช้งานเครื่องดับกลิ่นแบบที่
1
:
เมื่อเครื่องทำงาน มีการผลิตโอโซนและประจุไฟฟ้าลบออกมา
มีการทำปฎิกริยากับอากาศ มี Oxidation
ในระยะนี้จะมีกลิ่นออกมาด้วย
ดังนั้นควรออกไปจากห้องหรืออยู่ห่างๆเครื่องและเมื่อเวลาผ่านไป
กลิ่นจากโอโซนก็จะหายไปและมีการดับกลิ่นอื่นๆด้วย ดังนั้น
ควรพิจารณาเวลาเปิดให้เครื่องทำงานตอนแรก เช่น ถ้าจะเข้าห้องน้ำตอน
7.00 น. ควรเริ่มสตาร์ทเปิดเครื่อง
ใช้โหมด P1 เวลา 6.45 น.
เพื่อให้เครื่องทำงานไปก่อน 2
นาทีแล้วหยุด จากการทดลองนี้ก็ใช้ได้ผลดีพอสมควร |
||
|
เครื่องดับกลิ่นแบบที่ 2
เป็นเครื่องดับกลิ่นรูปทรงรี
มีขนาด 18 x 22 x 3.5 ซ.ม.
ตามรูปที่
3
ซึ่งใช้ไฟจากแบตเตอรี่ Li
- Ion
ภายในและสามารถชาร์จไฟได้ผ่านหัวชาร์จ 220/5 V
(ขนาด
2A ) และสาย USB
Type C
จึงเป็นเครื่องที่จะวาง ติดผนัง
หรือ พกพาไปใช้ในสถานที่ต่างๆได้
ในการใช้งานนั้นจะต้องคอยชาร์จไฟเป็นระยะๆ
ประมาณสัปดาห์ละครั้ง
และถ้าเปิดใช้แสง UV ด้วยไฟก็จะหมดเร็วขึ้น
เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ผู้ใช้สามารถต่อหัวชาร์จและสาย USB
Type C
ขนาด
10 วัตต์ขึ้นไปเข้ากับเครื่องได้ตลอดเวลา
อีกวิธีหนึ่งคือใช้
Wi - Fi Smart Plug
เป็นตัวควบคุมตั้งเวลาการชาร์จไฟเข้าเครื่อง |
||
|
|
||
|
|
||
|
การทดสอบ
:
1) ทดสอบหาความจุของแบตเตอรี่ : ทำโดยเปิดใช้เครื่องดับกลิ่นจนไฟหมดแล้วชาร์จไฟเข้าให้เต็ม วัดค่า mAh จากมิเตอร์ได้ 2472 mAh ในการทดลองครั้งแรก และ 2373 mAh ในการทดลองครั้งที่ 2 2) การใช้งานแบบ Stand Alone : เริ่มด้วยการชาร์จไฟเข้าเครื่องจนเต็มแล้วตั้งโหมด P1 (ทำงาน 5 นาที หยุด Standby 2 ชั่วโมง เป็นวงรอบไปเรื่อยๆ) โดยไม่เปิดแสง UV ผลคือจะใช้เครื่องได้ 5 วันครึ่ง หรือในโหมด P1 จะใช้ไฟวันละ 440 - 450 mAh 3) การใช้งานแบบมีการชาร์จไฟเข้าเป็นระยะๆ : เป็นการชาร์จไฟเข้าเครื่องดับกลิ่นโดยใช้หัวชาร์จ 220/5 V ขนาด 2A ซึ่งไฟจะมาจากการทำงานของ Motion Sensor ทุกครั้งที่มีคนเข้ามาในห้องน้ำไฟจะติดและก็จะจ่ายให้หัวชาร์จด้วย ครั้งละประมาณ 2 นาที โดยจำนวนคนและจำนวนครั้งที่เข้าใช้ห้องน้ำต่อวันรวมกันจะชาร์จไฟได้ประมาณ 30 - 50 นาที จากการทดลองปรากฎว่าใน 1 วัน จะชาร์จไฟเข้าเครื่องได้ประมาณ 555 mAh ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน |
||
|
|
||
|
ผลการใช้งานเครื่องดับกลิ่นแบบที่ 2
:
เมื่อเครื่องเริ่มทำงานจะมีการปล่อยโอโซน
ประจุไฟฟ้าลบออกมา เช่นเดียวกันกับเครื่องแบบที่ 1
แต่กลิ่นเหม็นของโอโซนจะน้อยกว่าและการดับกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ทำได้ดีน่าพอใจ
เตรื่องแบบที่ 2
นี้ มีข้อดีคือสามารถพกพา เคลื่อนย้ายไปใช้ในสถานที่ต่างๆ
รวมทั้งใช้ในรถยนต์ได้ แต่การใช้งานมีข้อเสียที่ต้องคอยชาร์จไฟเป็นประจำ
ดังนั้น หากจะติดตั้งถาวร ควรใช้เครื่องที่ใช้ไฟ 220 V
เช่น แบบที่ 3
หรือถ้าจะใช้เครื่องนี้ก็ควรทำระบบชาร์จ |
||
|
เครื่องดับกลิ่นแบบที่ 3
เป็นเครื่องดับกลิ่นรูปทรงตามรูปที่
6
มีขนาดเล็ก 12.5 x 17 x 3.5 ซ.ม.
และวัสดุคุณภาพดี
Display คมชัด ออกแบบได้สวยงาม ใช้ไฟ
220 V
เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก
ใช้งานได้ดี |
||
|
|
||
|
|
||
|
-------------------------------------- |
||
|
ข้อมูลที่น่าสนใจ
: - หลักการทำงาน |
||
| หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่และแบ่งปันประสบการณ์ในการใช้เครื่องดับกลิ่น (Air Deodorizer) ผู้เขียนไม่ได้ขาย หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโฆษณาสินค้าและการขายอุปกรณ์ต่างๆที่นำมาแสดง |
วันที่ 17 มี.ค.
2568
ปรับปรุงล่าสุด :
25 มี.ค..
2568