|
In Trend!

ดูภาพด้านหลัง

Picture Gallary
BMW 3 Series 2005
|
|
งานอดิเรก
Hobby 4 - รถยนต์
รถยนต์และการตกแต่ง
ผมเดินทางไปเรียนหนังสือ
ตั้งแต่เด็ก
จนถึงเรียนจบวิศวจุฬา
ก็ใช้รถโดยสารประจำทาง
มาโดยตลอด
แม้เมื่อเข้าทำงานรับราชการ
ก็ยังขึ้นรถเมล์อยู่
เพราะไม่มีเงินพอที่จะซื้อรถได้
จนกระทั่งกลับจากอเมริกา
มาทำงานรับราชการต่ออีกประมาณ 1
ปีกว่าๆ ก็เริ่มมีรถยนต์
คันแรก และนับจนถึงวันนี้ (มี.ค.
2550) เป็นเวลา 42 ปี ซื้อรถยนต์เอง 13
คัน ใช้รถยนต์
ประจำตำแหน่งที่ กฟผ. 1
คันและที่ชินวัตร 4 คัน
 |
|
รถยนต์คันแรก เป็นรถ Toyota 700
เครื่องยนต์สูบนอน 2 สูบ
แบบรถมอเตอร์ไซต์
ซึ่งโตโยต้า
คงจะออกแบบคล้ายๆกับ BMW 700
นั่งได้ 4 คน มีขนาดเล็ก
กินน้ำมันแค่ 25 กิโลเมตร
ต่อหนึ่งลิตร
ความเร็วสูงสุดคงจะประมาณ 120 -
130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ซึ่งผมได้ซื้อต่อมาอีกที
เจ้าของเดิมใช้มา 2 ปี
และผมไปผ่อนต่อกับ
บริษัทพิธานพาณิชย์อีก 3 ปี
รถคันนี้ ใช้งานมาก
พอควร แต่ไม่ได้แต่งอะไร
เพราะไม่มีเงิน และ
เพียงติดพัดลมแบบที่เป็น Blower
เท่านั้น |
รถยนต์คันที่
2
เป็นรถโตโยต้า
Corolla 1100 cc. รุ่น 1968 (2511)
ประกอบจากประเทศญี่ปุ่น
ซื้อผ่อนส่ง
จากบริษัทพิธานพาณิชย์
เช่นกัน แต่ซื้อ
หลังจากที่ได้ลาออกจากราชการมาอยู่
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ
ในปีเดียวกัน ซึ่งรถ
คันนี้ได้ใช้งานกว่า 10 ปี
และวิ่งไป
ประมาณ 120,000 ก.ม. |
|
 |
 |
|
รถยนต์คันที่
3 เป็นรถ Ford Cortina
L เครื่องยนต์
1600 cc. ซื้อโดยใช้สิทธิ์พนักงาน
กฟผ.ผ่อนส่งเป็นระยะ
เวลา 5 ปี
เป็นรถยนต์ขนาดกลางที่นั่งสบาย
ตัวถังแข็ง
แรง อัตราเร่งพอใช้ได้
แต่ลุยน้ำทีไร
เครื่องจะดับทุกที
รถยนต์ Ford คันนี้
ได้ตกแต่งหลายอย่าง เช่น
สมัยนั้น
นิยมหุ้มหลังคาด้วยหนัง
คนละสีกับรถ ติดแอร์ วิทยุ
ฟิล์มกรองแสง ใส่ล้อแมกซ์
ติดโครเมี่ยมกันสาดที่กระจก
ทั้ง 4 บาน เป็นต้น |
รถยนต์คันที่ 4 เป็นรถ
Mitsubishi
Galant Sigma เครื่องยนต์ 1600 cc.
ซื้อโดยใช้สิทธิ์พนักงาน กฟผ.ผ่อนส่งต่อ
จากรถ Ford ที่ได้ผ่อนหมดไปแล้ว
รถ
คันนี้ดีมาก เครื่องเดินเรียบ
อัตราเร่งดี
ตัวถังแข็งแรง
รูปทรงสวยงามทันสมัย
และได้ใช้งานอยู่นานมาก |
 |
 |
|
รถยนต์คันที่
5 เป็นรถ Mitsubishi
Lancer
เครื่องยนต์ 1400 cc.
เป็นรถที่ผมเห็นครั้งแรก
ที่สิงค์โปร์ รู้สึกชอบ
จึงได้ซื้อและเป็นครั้งแรกที่ซื้อ
ด้วยเงินสด โดยไม่ผ่อนส่ง รถ
Lancer 1400 cc.
กว้าง นั่งสบาย
แต่อัตราเร่งไม่ได้ดังใจ
ตัวถังบางลง
และบางครั้งคงจะบิด
มีเสียงดัง ดูไปดูมาแล้ว ไม่
่โก้หรูเท่าไร
จึงมีความคิดที่จะขายไป |
รถยนต์คันที่ 6 เป็นรถ
BMW 318i
(Big Bumper) เครื่องยนต์ 1800 cc.
เป็นรถในฝันของผมและของคนอีกเป็น
จำนวนมาก ในสมัยนั้น
รถญี่ปุ่นราคา
ประมาณ 230,000 บาท แต่ BMW
318i ราคา 480,000 บาท ก่อนจะตัด
สินใจซื้อ
ต้องใช้เวลาคิดอยู่นานประมาณ
6 เดือน และแล้วก็ตัดสินใจนำรถ
Lancer
1400 ไปขายให้กับบริษัทที่ขาย BMW
ให้ผมเองตกลงกันในทันทีแล้วก็ออกรถ
BMW
มาใช้เป็นรถที่มีอัตราเร่งดีมาก
พวงมาลัยบังคับรถได้รวดเร็วและละเอียด
เป็นรถ 2 ประตู
แต่ก็กว้างพอสมควร รถคัน
นี้ผมชอบมาก
และใช้งานอยู่ประมาณ 4 ปี
กว่าๆ ก็ขายไป
เนื่องจากวิ่งมาก และค่าซ่อม
เริ่มจะสูง ประกอบกับได้มีรถ BMW
รุ่น
ใหม่ออกมา |
|

คลิกดูภาพขยาย
 |

 |
|
รถยนต์คันที่ 7 เป็นรถ
BMW 318i เครื่องยนต์
1800 cc. แต่เป็นรุ่นใหม่กว่า BMW
คันแรก และ
มีขนาดโตขึ้นเล็กน้อย
ทำให้นั่งสบายขึ้น รถคันนี้ใน
ตอนที่ซื้อราคา 560,000 บาท ยังคงมี
2 ประตูเช่นกัน
อัตราเร่งอยู่ในเกณฑ์ดี
แต่ระบบเบรคไม่ดีเท่าคันแรก
อย่างไรก็ตาม ผมได้ใช้รถ BMW
คันนี้ จนกระทั่ง
ลาออกจาก กฟผ.ไปทำงานที่บริษัท
ชินวัตรคอม
พิวเตอร์ จำกัด ในปี พ.ศ. 2533
ก็ยังใช้รถ BMW
คันนี้
ในระหว่างที่รอรถยนต์ประจำตำแหน่ง
ที่
บริษัทสัญญาว่าจะจัดให้ |
รถยนต์คันที่
8 เป็นรถ Mitsubishi
Galant เครื่องยนต์ 2000 cc. เป็นรถ
ที่ซื้อให้ภรรยาใช้
หลังจากที่ผมลาออก
จาก กฟผ.ได้เงินบำเน็จมาประมาณ
520,000 บาท ในครั้งแรกได้ไปจอง
Corolla รุ่น 1600 เอาไว้ และต้องรอ
นาน เข้าเดือนที่ 6
ก็ยังไม่ได้รถ ครั้น
โทรศัพท์ไปทวงถาม
ก็ไม่ได้รับคำตอบที่
น่าพอใจ
แถมยังมีเสียงเซลล์รอดมาทำนอง
ไม่ดี จึงยอมทิ้งมัดจำ
เพราะทางโตโยต้า
นนท์
ขณะนั้นไม่ยอมคืนมัดจำให้
ดังนั้น
จึงเปลี่ยนไปซื้อรถ Galant ราคา 725,000
บาท
แต่ก็ซื้อและได้ใช้งานมานานกว่า
12 ปี เป็นรถที่ดีมาก
และได้ขายไปเมื่อปี 2546 |
|

จากประสบการณ์ที่ไม่ดีกับเซลล์ของโตโยต้า
ในขณะนั้น
ทำให้คิดถูกแล้วที่ซื้อ Galant
และได้เลิกสนใจรถโตโยต้ามานานถึง
16 ปี!
|
 |
|
รถยนต์คันที่ 9 เป็นรถ
Benz 230 E ซึ่งผมซื้อ
มือสองมาในราคา 1,400,000 บาท โดยเอา
BMW
318i ไปขาย
ด้วยเหตุผลที่ว่าสมควรจะขยับขึ้นไปใช้
รถ Benz เสียที
ซึ่งก็เป็นรถที่ดีมาก นั่งสบาย
อัตรา
เร่งดีพอสมควร
และได้ตกแต่งเล็กน้อย
ติดเครื่องเสียง
เพิ่มเติมขึ้น (ปกติรถเบนซ์ภายนอกจะไม่ต้องแต่งเลย
นอกจากเปลี่ยนล้อแมกซ์)
|
รถยนต์คันที่ 10 เป็นรถ Benz 220 E
ซึ่งผมซื้อมาจากบริษัทชินวัตรฯ
ตามสิทธิ์
ของผู้บริหาร
ที่ทำงานมานานและได้ใช้รถยนต์ประจำตำแหน่งคันนั้นมาครบ
5 ปีแล้ว
รถยนต์คันนี้
ใช้งานมาแล้วกว่า 11
ปีและได้ดูแลเป็นอย่างดี
เดิมเป็นเกียร์ระบบ Manual
ต่อมาเมื่อปี 2542
ได้ไปเปลี่ยนเป็นเกียร์ออโต้
และยังใช้ได้ดีมาก
ต่อมาในเดือนกันยายน
2549 ได้ขายให้กับญาติไป (รายละเอียดของรถเบนซ์
220E ดูได้ที่นี่) 
รถยนต์คันที่ 11 เป็นรถ Benz E200
Compressor รุ่น Elegant ตากลม สีทอง
ซื้อเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2544
จากเบนซ์ราชครู ในราคา 3,600,000 บาท
เป็นรถที่มี
อัตราเร่งดีมาก นั่งสบาย
และหรูหรา
รถคันนี้ได้ติดตั้งเครื่องเสียงครบชุด
และยังใช้อยู่
รถยนต์คันที่ 12 เป็นรถ BMW 3 Series 2005 รุ่น 320i
SE (Special Edition)
ซึ่งสั่งซื้อในงาน Bangkok International Motor
Show 2005 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2548
และได้ออกรถเมื่อวันที่ 15
กรกฎาคม 2548 ในราคา 2,800,000 บาท
เป็นรถรุ่นนี้ สีนี้คันแรก!
 
รถ BMW ใหม่ ถ่ายเมื่อวันที่ 17
กรกฎาคม 2548 (ยังไม่ได้ติดฟิล์มกันความร้อน)
 |
|
รถยนต์คันที่
13 เป็นรถ
Toyota
Camry 2.4V DVD-Navigator ปี 2006
ซึ่งสั่งซื้อภายหลังจากไปฟัง
Press Release
โดยโตโยต้าที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
และได้รับรถเป็นคันแรก
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม
2549 ในราคา 1,749,000 บาท
(เป็นรถยนต์ที่ใช้ทดแทนรถเบนซ์
220E
สีฟ้า ที่ขายให้กับญาติไป
และคันนี้ประสงค์
จะให้ภรรยาใช้
และใช้ในการเดินทางไกลด้วย) |
หมายเหตุ :
รถยนต์ประจำตำแหน่งที่กลุ่มชินวัตร
คือ
1) Volvo 740 ใช้งานอยู่ 1 ปี ในตำแหน่ง
Vice President Broadcasting
2) BMW 520i ใช้งานอยู่ 1 ปี ในตำแหน่ง
Executive Vice President - Operation
3) Mercedes Benz 220 E ใช้งานอยู่ 5 ปี
ในตำแหน่ง President SC ASSET Group
4) Mercedes Benz 230 E รุ่น New Eyes (ตากลม)
ใช้งานอยู่ 3 ปี
ในตำแหน่ง Executive Director |