![]() |
Mobile
Phone Related
|
Audio & Video
|
Computer Accessories
Software Applications | Miscellaneous | Home |
|
ประวัตินามสกุล
I
ประวัติพระยาประมูลธนรักษ์
I
Family
Tree I ประวัติส่วนตัว
I
บันทึกการศึกษา I
การปฎิบัติงานและดูงาน
I
ครอบครัว
I
กลับไปหน้าแรก |
||
|
การเรียนที่ OSU |
||
|
|
||
![]() |
||
|
ผมคงจะเล่าสั้นๆ
เพราะความจริงมีเรื่องที่เขียนได้มาก
เมื่อไปถึงอเมริกา สมัยนั้น ปี
2506 เราต้องไปรายงานตัวที่
Washington DC ก่อนเพื่อรับการปฐมนิเทศน์ (Orientation) เป็นเวลา 2 สัปดาห์
และได้เที่ยวบ้าง
แต่แม้ว่าผมจะสอบภาษาอังกฤษที่
เอยูเอ ได้แกรมมาร์ 97%
แต่เรื่องการฟังและพูด
คนไทยที่ไปใหม่ๆจะมีปัญหามาก
ถ้าอยู่ในเมืองใหญ่ๆ อย่าง San
Francisco จะฟังออกเป็นส่วนใหญ่
แต่เวลาเราพูดฝรั่งฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง คงเป็นเพราะพูดช้าและออกสำเนียง
Accent ได้ไม่ชัด จาก Washington DC ก็บินไปที่ Portland Oregon
และต่อเครื่องบินเล็กไปลงที่เมือง
Corvallis ที่ตั้งของ Oregon State
University
ซึ่งเป็นเมืองมหาวิทยาลัยโดยแท้
จากการนั่งเครื่องบินลำใหญ่ๆ พอนั่งลำเล็กไปลงที่สนามบิน
Corvallis เป็นสนามบินเล็กก็ดูแปลกๆ
ลงจากเครื่องบิน
ก็พบนักเรียนไทยที่นั่น
3 - 4 คนไปรอรับ พวกเขาช่วยเหลือดี
2 - 3
วันแรก ต้องพักที่โรงแรมใน Downtown ในตอนนั้น
หอพักนักศึกษาถูกจองไว้เต็มหมดแล้ว จึงต้องหาบ้านพักแบบ Boarding House
ตั้งอยู่นอก Campus
(Off Campus)
แต่ค่าเช่าถูกและมีอาหารให้รับประทานสัปดาห์ละ 20 มื้อ (ยกเว้นวันอาทิตย์มื้อเย็น
ต้องไปหารับประทานเอาเอง) |
||
![]() (Re-scan @ 14 / 8 / 2568) และปรับสี |
||
|
Finnell's Boarding House สถานที่พักในช่วง 6 เดือนแรก
ของการเรียนที่ Oregon State University ห้องพักอยู่
Basement ใต้ดิน ตรงหน้าต่างเล็กๆที่ชี้ ห้องพักมีขนาดเล็ก อยู่ได้ 2 คน โดยมีเตียงไม้แบบ 2
ชั้น เพื่อประหยัดที่และมีโต๊ะอ่านหนังสือให้ 2
ตัว
การใช้ห้องน้ำ เป็นแบบใช้ร่วมกัน ไม่มีแยกเป็นห้องๆ และห้องอาบน้ำก็ใช้ร่วมกัน |
||
|
Boarding House ที่พักนี้อยู่ไกลจากตึกเรียนมากต้องเดินใช้เวลาประมาณ 30 นาที มีถนนให้เดินเป็นถนนหลักอยู่ 2 สาย ส่วนมากจะใช้ถนน
SW Jefferson Way และก็มีถนนตัดทะแยง สั้นลงหน่อย
แต่ต้องขึ้นเนิน ที่ Boarding House มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีส่วนใหญ่เป็น Freshy และมีเรา 2 คน
ที่เป็นคนต่างชาติและเรียนปริญญาโท นอกจากนั้นก็มีพวกคนทำงานที่มาเช่าอยู่อีก 2-3 คน
รวมแล้วอยู่กันประมาณ 40 - 45 คน เวลาเช้า
รับประทานอาหารทะยอยๆกันได้ในเวลาที่กำหนด แต่มื้อกลางวันและมื้อเย็น จะต้องมานั่งโต๊ะพร้อมกัน
มีการสวดขอบคุณพระเจ้า
หรือบางครั้งเป็นการสวดที่ต้องการขอกำลังใจ แล้วจึงเริ่มรับประทานอาหารพร้อมๆกัน
นับว่าเป็นระเบียบดี ผู้คนที่นี่
Friendly ดีมาก แต่พูดสำเนียงแปล่งๆ
ต่างจากสำเนียงที่พูดกันในเมืองใหญ่ๆมาก บางครั้งฟังไม่ออก |
||
| แผนที่ OSU Campus | ||
![]() |
||
|
View OSU Campus in a larger map |
||
|
การเริ่มต้นชีวิตนักเรียนในต่างแดน
ตอนแรกดูเหมือนจะโก้เก๋ดี
แต่พอเริ่มจริงๆความยุ่งยากเกิดทันทีที่ต้องไปหา
Advisor เพื่อทำโปรแกรมการเรียน
ขนาดมีนักเรียนคนไทยที่นั่นช่วย
แต่ฝรั่งเขามีระบบที่ดีและยึดปฎิบัติ
ผมได้แจ้ง Advisor ว่า
ได้เรียนหลักสูตรปริญญาโทจากบัณฑิตวิทยาลัย
ที่จุฬาฯ ได้มา 48 เครดิตและเหลือเพียงวิทยานิพนธ์
ก็จะจบปริญญาโท และก็ได้ A มามาก
จะขอโอนที่ได้ A บ้างได้หรือไม่
(เพื่อจะได้เรียนน้อยลง) Advisor
ตอบว่า ถ้ายูจะทำดอกเตอร์ต่อก็จะโอนให้
แต่ผมได้ทุนแค่ทำปริญญาโท ก็เลยต้องยอมเรียนทั้งหมด
ตามที่ท่าน Advisor กำหนดให้ |
||
![]() |
||
|
การศึกษาวิชา
Control System มีการทำ Lab
เพื่อทดลอง โดยใช้ Analog Computer ศึกษาเกี่ยวกับระบบต่างๆ เช่น Feedback
Control
อุปกรณ์มี 2 ชุด
ต้องรอคิวการใช้ ถ้าพลาดการทดลองไม่ได้ผลก็อาจทำ Assignment
ส่งอาจารย์ไม่ทัน เป็นผลต่อ Grade ที่จะได้ การทดลองใน
Lab นี้ ผมทำได้ดีมากเพราะมีพื้นฐานมาจากวิชาที่เรียนในหลักสูตรปริญญาโท ที่จากจุฬาฯ ไปก่อน |
||
|
การเรียนปริญญาโทที่ OSU นั้น ในระยะ 6
เดือนแรก ลำบากมากทีเดียว เพราะฟังภาษาได้ไม่ดี จดก็ไม่ทันบางครั้งอาจารย์สั่งงานมาเรายังไม่รู้เรื่องก็มีว่าให้ทำอะไร ระบบการเรียน การสอน
ก็แตกต่างจากที่จุฬาฯ คอมพิวเตอร์ก็ไม่เคยใช้มาก่อน ต้องไปขอเข้าเรียนในบางวิชา แบบ
Audit ทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้น และบางวิชา เรียนเป็นวิชา Minor แต่ต้องเข้าไปเรียนร่วมกับนักศึกษาปี
4 ที่เรียน Major Math เป็นต้น
ดังนั้น การแข่งกับเขาจึงทำได้ยาก เรียกว่าเสียเปรียบมาก เทอมแรกผ่านไปด้วยความยากลำบาก
เกรดที่ได้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยเท่านั้น และจำเป็นจะต้องเร่งทำเกรดให้สูงขึ้นในเทอมที่ 2
ซึ่งก็ยิ่งทำให้เครียดมากขึ้น และต้องทำงานหนักยิ่งขึ้นอีก ผลการศึกษาในเทอมที่ 2 ออกมาดี คือได้เกรด
A หมดทุกวิชา หลังจากนั้น เริ่มคล่องขึ้น ฟังและพูดได้ดีขึ้น การเรียนวิชาที่ Advisor กำหนดในแผนการเรียน
เป็นไปอย่างราบรื่น แต่ก็จำเป็นต้องเร่งการจัดทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งลงทะเบียนไว้ 3 เทอมๆละ 3
เครดิต เรื่องวิทยานิพนธ์นี้ ก่อให้เกิดความเครียดอย่างหนัก
เพราะจะต้องคิดค้นวิธีที่ไม่ซ้ำกับใคร และต้องเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
แต่เนื่องจากสมัยนั้น คอมพิวเตอร์เมนเฟรมมีหน่วยความจำเล็กมาก 64 KB (อย่าหัวเราะ
เพราะที่จุฬาฯ ก็กำลังจะติดตั้งเครื่อง IBM 1620 มีหน่วยความจำเพียง 32 KB) ดังนั้น
การจะเขียนโปรแกรมใหญ่ๆจึงจำเป็นจะต้องใช้ Machine Language
หรือดีขึ้นมาหน่อย ก็คือใช้ภาษา Symbolic Language Programming
System (SPS)
แต่ก็ต้องรู้
Machine
Language ด้วยจึงจะทำได้ เป็นเหตุให้ต้องไป Audit
วิชา Programming เพิ่มขึ้นอีก |
||
![]() ภาพการติวให้รุ่นพี่ ณ ห้องพักที่ Finnell's Boarding House (Re-scan @ 14 / 8 / 2568) |
||
| ชีวิตนักศึกษาตอนเข้าอยู่หอพัก ห้องเดี่ยว | ||
![]() ภาพเดิมเป็นภาพ ขาว - ดำ ![]() |
||
|
หอพัก Hawley Hall ที่อยู่ตอนฤดูร้อน เป็นหอใหม่ ทันสมัยมากในบริเวณเดียวกัน มีหอพัก 4 หอ ติดต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม เป็นหอชาย 2 หอ และหอหญิง 2 หอ ตรงกลางเป็นสนามหญ้า และลงชั้นใต้ดิน เชื่อมไปยัง Canteen ซึ่งใช้ร่วมกันทั้ง 4 หอ ตอนรับประทานอาหารจะสนุก เพราะได้พบนักศึกษาทีเดียวจาก 4 หอพัก ![]() |
||
|
การแยกมาอยู่หอ อยู่คนเดียว ทำให้สามารถเรียนได้ดีขึ้น ผมนั่งคิดหา
Solution และทำวิทยานิพนธ์อยู่ดึกๆคือมีเวลาให้กับวิทยานิพนธ์จาก 2 ยาม เป็นต้นไป ถึง ตี
2 หรือบางวันก็ ตี 2 ครึ่ง
ที่หอชาย ใน Quarter ที่ 4 นั้น จะมีไฟเปิดอยู่ประมาณ
2 - 3 ห้องเท่านั้น ในตอน ตี 2
ซึ่งหนึ่งในนั้นคือห้องของผม และด้วยสาเหตุที่วิทยานิพนธ์ก็ยังทำไม่ออกคือยังไม่ Work
เวลาที่เขาให้ทุนก็ใกล้จะหมดลง จึงได้ไปปรึกษากับ Adviser ว่าจะทำอย่างไรดี Advisor ก็ใจดีมาก
Head EE Department ก็ใจดี บอกว่าให้ไปหาเลขา จ่ายเงิน
1 เหรียญ เป็นค่ากุญแจ 2 ดอก
คือ ดอกที่หนึ่ง ไขเข้าตึกวิศวไฟฟ้า Dearborn Hall
และดอกที่ 2 ไขเข้าห้องเครื่องคอมพิวเตอร์ IBM Mainframe 1620
และให้ใช้คอมพิวเตอร์ใน Account ของ Advisor
ได้จาก 18.00 - 20.00 น. ทุกวัน
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผมมีเวลาที่จะเข้าไปขลุกอยู่กับเจ้า Mainframe
ทุกวันโดยต้องเรียนรู้วิธี Operate เครื่องด้วยตนเอง เรียกว่า
ตัวคนเดียว ต้องทำให้ได้ บางวัน ก็จะมีตำรวจของมหาวิทยาลัยเดินผ่านมาตรวจ แต่เราไม่ได้ทำงานหลัง 4
ทุ่ม ไม่ต้องมีบัตรอนุญาต ตำรวจก็ Friendly มาก |
||
![]() |
||
|
ภาพซ้าย
ถ่ายขณะกลับจากการไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ IBM 1620 จะเห็นว่าหอบ กล่องใส่ Punch Cards เอาไว้ (ถ่ายเมื่อ 20 ธ.ค. 2506) ส่วนภาพทางขวา ถ่าย ณ บริเวนด้านหลังหอพัก |
||
|
ในเทอมสุดท้าย
วิชาต่างๆที่เรียนครบหมดแล้ว และก็ได้เกรด A
มาหมดทุกวิชา แต่วิทยานิพนธ์ ก็ยังไม่
Work อยู่ดี ตอนนั้นกลุ้มมาก
ใช้เวลาคิดแต่ว่าทำไมโปรแกรมที่เขียน มันจึงไม่ Work
และมันต้องมีอะไรผิดพลาด ผมมีเพื่อนอเมริกันเรียนวิศวะไฟฟ้า ปริญญาโท ด้าน
Control System
อยู่ห้องใกล้ๆ
เขาก็มีปัญหาคล้ายๆกัน มักจะพบกันเวลารับประทานอาหารเย็นที่หอ ต่างก็นั่งเหม่อลอยเหมือนๆกัน จนเย็นวันหนึ่งขณะที่รับประทานอาหารเย็นอยู่
ความคิดก็ผุดขึ้นมาว่าที่โปรแกรมเราไม่ Work
น่าจะมีข้อผิดพลาดอยู่ตรงจุดใด ผมจึงเลิกรับประทานอาหาร รีบกลับไปห้องพักจัดประเป๋าและเอกสารแทบจะวิ่งตรงไปที่ตึก Dearborn Hall
เข้าห้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
ทำการแก้โปรแกรม แล้วสั่ง Run ก็ปรากฎว่า
โปรแกรมทำงานได้มากขึ้น แต่ยังไปติดอยู่อีกแห่งหนึ่งซึ่งคราวนี้รู้แล้วว่าจะต้องแก้ตรงไหน เมื่อแก้แล้วสั่ง Run ใหม่ คราวนี้โปรแกรมทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ก็ดีใจมาก เพราะหมายถึงว่า จบแน่แล้ว จึงชวนเพื่อนๆมาฉลองเล็กๆกัน
และยังไม่ลืมวันนั้นจนเวลาผ่านไปถึง
61 ปีแล้ว ! |
||
![]() ตัวอย่าง Grade Report Winter Term 1963/1964 |
||
![]() หอพัก Weatherford Hall ผมอยู่ชั้น 4 ด้านขวามือ ตอนเทอมสปริง ที่ๆนั่งอยู่เป็นหลังคาของห้องอาหารซึ่งนักศึกษาชาย หญิง มาทานอาหารรวมกัน จาก 4 หอพัก ภาพนี้ถ่ายเมื่อทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว |
||
|
เรื่องที่เขียนเล่ามานี้ ไม่ได้จะคุยว่าเรียนเร็ว แต่เพราะความจำเป็นและมีความบีบคั้นอย่างมากเนื่องจากยังไม่ทันครบกำหนดให้ทุน ก็มีจดหมายมาจากสำนักงาน AID ที่กรุง Washington DC แจ้งให้ผมเดินทางกลับไปรายงานตัวพร้อมทั้งส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ด้วย ซึ่งเขาก็ทำเกินไป ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน ซึ่งผมได้เขียนจดหมายมาถึงผู้บังคับบัญชาที่ทำงานแจ้งว่า ผมยังเรียนไม่จบและก็ยังไม่ได้ไปดูงานตามที่ตกลงกันทำไมรีบร้อนจะให้ผมกลับ ต่อมาเมื่อเรียนจบแล้ว ผมกลับมาประเทศไทย ก็ได้ไปแจ้งแบบฟ้องไปกับผู้ที่ให้ทุนอีกด้วย ความบีบคั้นดังกล่าวทำให้ผมทำวิทยานิพนธ์เสร็จ พร้อมทั้งเรียนครบตามที่ Advisor กำหนด ในภาคฤดูร้อน ซึ่งปกติไม่ค่อยมีคนเรียนเท่าไรนัก เพราะมันร้อน ห้องพักและชั้นเรียนไม่มีแอร์ เวลาดูหนังสือต้องเปิดประตูห้องระบายลม ใช้คอมพิวเตอร์ก็ต้องมีพัดลมตัวโตเป่า CPU และผมก็ใช้ Mainframe จนมันร้อนจัดเสียไปครั้งหนึ่ง รวมเวลาที่อยู่ในเมือง Corvallis 11 เดือนเต็ม และก่อนอำลาจาก Corvallis ได้มีนักเรียนไทยที่ไปใหม่ๆ มาขอคำแนะนำมากมาย ส่วนใหญ่มาขอลอกการบ้านต่างๆเอาไว้ก่อน และต่อมาได้มีผู้สนใจไปศึกษาต่อที่ OSU มากขึ้นและเขาก็รับมากขึ้นด้วย เนื่องจากเกรดที่ผมทำไว้ดี เป็นตัวช่วยในการพิจารณารับคนไทย โดยเฉพาะที่จบจากจุฬาฯ เมื่อตอนที่เรียนจบ ทางอาจารย์ก็ได้ถามว่าอยากจะเรียนต่อทำดอกเตอร์ไหม เพราะเรียนได้ดีแล้ว จะโอนเกรด A ที่ได้จากการเรียนที่บัณฑิตวิทยาลัยให้ และให้ทำวิทยานิพนธ์เรื่องเดิมขยายต่อออกไปอีก และทาง OSU ก็มีงานให้ทำด้วย เช่น เป็น Tutor หรือช่วยสอน แต่ด้วยสัญญาที่มีกับหน่วยงานและกับทาง AID เขาไม่ยอมให้อยู่ต่อ ดังนั้นผมจึงต้องเดินทางกลับ นับว่าได้พลาดโอกาศที่จะทำ Ph.D ไปตลอดกาล |
||
![]() |
||
|
เมื่อเรียนจบแล้ว ก็ได้เดินทางไปดูงานต่อที่เมือง San
Francisco, Los Angeles และที่ Washington DC
อีก 2 เดือนเศษๆ ก็เดินทางกลับประเทศไทย |
||
![]() |
||
|
Dearborn Hall ตึกคณะวิศวกรรมไฟฟ้า OSU ที่ Electrical Engineering Faculty ของ OSU ในขณะนั้น คือปี 2506 มี Professor L.N.Stone เป็น Head Department และผมมี Prof. J.F.Engle เป็น Advisor และเป็นอาจารย์สอนวิชา Power System ซึ่งผมก็ได้ทำวิทยานิพนธ์กับท่านด้วย |
||
![]() |
||
|
ครอบครัว The Engle (Prof. Engle เป็นอาจารย์
Advisor สอนวิชา Power System) |
||
| การกลับไปเยี่ยมอาจารย์ | ||
![]() |
||
|
ในบรรดาอาจารย์ที่ OSU ผมจะใกล้ชิดกับ Prof. J.F. Engle และครอบครัวมาก ท่านจะคอยดูแลผมและให้คำแนะนำจนผมเรียนจบแล้ว กลับไปทำงานจนย้ายไปอยู่ กฟผ.ก็ได้มีโอกาสเดินทางไปสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง และก็ได้ติดต่อกับท่านโดยตลอดและได้กลับไปเยี่ยม Prof.Engle และครอบครัวที่บ้านท่านที่ Campus ใน Corvallis, Oregon ถึง 3 ครั้ง โดยภรรยาผมก็เดินทางไปด้วย 1 ครั้ง (Prof. Engle ได้เสียชีวิตไปหลายปีมาแล้ว) |
||
![]() |
||
|
ภาพถ่ายที่บ้าน Prof. Engle ในการไปเยี่ยม ครั้งที่ 3 ให้ระลึกถึง ในขณะที่เรียนอยู่ ว่าต้องคอยนัด และไปพบท่าน หลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อทำวิทยานิพนธ์เสร็จแล้ว ก็มีการตรวจแก้ภาษาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ส่วนลูกๆของท่านหลายคนรู้จักผมดี เพราะมีลูกสาวคนหนึ่งทำงานพิเศษ เก็บเงินค่าอาหาร อยู่ที่ Canteen ของ Memorial Union จะพบกับผมบ่อยๆ และคอยรายงานอาจารย์ว่า พูดภาษาอังกฤษ เป็นอย่างไร แต่ตอนหลังๆ ก็รายงานว่า พูดเก่งขึ้นแล้ว |
||
![]() (Re-scan @ 15 / 8 / 2568) และปรับสี |
||
|
การกลับไปเยี่ยม Prof. Engle ครั้งที่ 3
นั้น ผมได้พาภรรยาไปด้วย อาจารย์ได้ไปรับที่สถานีรถ Greyhound
Bus Terminal ที่ Corvallis ใน
Trip นี้ ได้แวะไปที่บ้านอาจารย์ ที่ตึกวิศวะไฟฟ้า Dearborn Hall
และก็ไปรับประทานอาหารที่ Memorial Union รวมทั้งไปซื้อของขวัญต่างๆที่ร้านของ MU ด้วย พนักงานขาย
ตื่นเต้น |
||
![]() |
||
|
การกลับไป OSU ครั้งที่ 3
ภาพถ่าย ณ สนามหน้า Memorial Union (MU) |
||
![]() |
||
|
ภาพ
Campus ส่วนกลาง ของ Oregon State University, Corvallis, Oregon จากภาพถ่ายดาวเทียม นับเป็นเวลากว่า 61 ปี ที่เรียนจบมา แต่ก็ยังไม่ลืมความยากลำบาก และความกดดัน ที่มีในขณะนั้น เมื่อได้เห็นภาพ Campus ก็ทำให้ยังจำวันเหล่านั้นได้ดี คลิกที่ภาพหรือที่นี่ เพื่อดูภาพขยาย |
||
|
Information : |
ตั้งแต่วันที่
6 ก.พ.2545
ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2568