|
|
|
รถยนต์
Mercedes-Benz E 250 CGI
ดู English
Version
BlueEfficiency Avantgarde Saloon
คลิกที่รูปภาพ เพื่อดูภาพขนาดใหญ่ (800
พิกเซล)
และคลิกที่รูปภาพใหญ่ เพื่อดูภาพถัดไป
ดูรูปภาพและข้อมูลเพิ่มเติมที่
Bangkoksite Motoring
เปรียบเทียบรายละเอียดด้านเทคนิค
ระหว่าง E 250 CGI (รุ่นปี 2553) กับ E 200 Kompressor
(รุ่นปี 2544)
| |
รายการ |
E 250 CGI
Avantgarde
(2010) |
E 200 Kompressor
Elegance
(2001) |
| 1 |
จำนวนกระบอกสูบ
/ การจัดเรียง |
แถวเรียง 4 สูบ |
แถวเรียง 4 สูบ |
| 2 |
ความจุกระบอกสูบ |
1,796 |
1,998 |
| 3 |
กำลังเครื่องยนต์
กิโลวัตต์ / แรงม้า ที่ รอบต่อนาที |
150 (204) / 5,500 |
137 (186) / 5,300 |
| 4 |
แรงบิด
(นิวตันเมตร
ที่ความเร็วรอบต่อนาที) |
310 / 2,000 - 4,300 |
260 / 2,500 - 4,800 |
| 5 |
อัตราเร่ง
0 - 100 กม./ชม. (วินาที) |
7.8 |
|
| 6 |
ความเร็วสูงสุด
ประมาณ (กม./ชม.) |
238 |
226 |
| 7 |
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
ในเมือง (กม./ลิตร) |
9.4 - 9.7 |
|
| 8 |
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
เฉลี่ย (กม./ลิตร) |
12.5 - 13.2 |
|
| 9 |
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
นอกเมือง (กม./ลิตร) |
15.6 - 16.4 |
11.8 - 12.5 |
| 10 |
อัตราส่วนกำลังอัด |
9.3 |
|
| 11 |
ความสูง
(มม.) |
1,470 |
1,441 |
| 12 |
ความกว้าง
(มม.) |
1,854 |
1,799 |
| 13 |
ความยาว
(มม.) |
4,868 |
4,818 |
| 14 |
น้ำหนักรถเปล่า
(กก.) |
1,650 |
1,580 |
| 15 |
น้ำหนักที่สามารถบรรทุกได้
(กก.) |
535 |
500 |
| 16 |
น้ำหนักรวม
(กก.) |
2,185 |
2,080 |
| 17 |
พื้นที่บรรทุกของ
(ลิตร) |
540 |
|
| 18 |
ความจุถังน้ำมัน
(ลิตร) |
80 |
65 |
| 19 |
ขนาดยาง
หน้า - หลัง |
245 / 45 R17 |
|
| |
|
|
|
หมายเหตุ :
CBU = Completely Built Unit หรือ Car imported
completely built).
CGI (Charged Gasoline Injection) :
เทคโนโลยีแบบ CGI
มีความโดดเด่นเรื่องพละกำลังรถยนต์แรงแบบต่อเนื่องแต่มีอัตราสิ้นเปลือง
น้ำมันลดลง 10
เปอร์เซ็นโดยประมาณ
เมอร์เซเดส-เบนซ์เป็นค่ายแรกที่คิดค้นเทคโนลียี
CGI
และได้นำไปใช้ครั้งแรกในรถรุ่น
CLS 350 CGI
ในปี 2006 ต่อมาได้ขยายไปรุ่น E 200 CGI
BlueEFFICIENCY และ E 250 CGI BlueEFFICIENCY เป็นต้น
ซึ่งสองรุ่นนี้สามารถ
ประหยัดน้ำมันขึ้น
20 เปอร์เซ็นต์
และปล่อยไอเสียน้อยมาก
โดยรวมแล้วเมอร์เซเดส-เบนซ์จะใช้เทคโนโลยี
CGI ในรถยนต์แบบ 4 และ 6 สูบ
BlueEFFICIENCY:
เป็นเทคโนโลยีทรงประสิทธิภาพที่สุดในด้านการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
ด้วยหลักการทำให้รถยนต์มีน้ำหนักเบา
ขึ้นอย่างชาญฉลาดไม่ว่าจะเป็นที่โครงสร้างรถ
การลดน้ำหนักกระจกหน้ารถ
ในพวงมาลัย
การเลือกใช้ยางที่มีแรงเสียดทานต่ำและการทำให
้รถลู่ลมมากที่สุด
รวมถึงการสตาท์เครื่องด้วยปุ่ม
start/stop ด้วย โดยรถที่เป็น BlueEFFICIENCY
จะประหยัดน้ำมันขึ้น 12
เปอร์เซ็นต์
์โดยประมาณ
รถรุ่นที่ใช้เทคโนโลยี BlueEFFICIENCY
ผลิตแล้วในทุกเซ็กเมนต์ อาทิ A-, B-,
C-, E- และ S-Class โดยรุ่นที่จะนำมาเปิด
ในไทยจะเป็นระดับ E-Class คือ E 250 CGI
BlueEFFICIENCY |